|
|
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
(Thai Military Communications System)
พลโทสมพล วีระศักดิ์
กองบัญชาการทหารสูงสุด
|
|
|
| |
|
|
| |
ระบบควบคุมบังคับบัญชาและสั่งการ
(C4I)
ระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้สนับสนุนในการควบคุม
บังคับบัญชา ติดต่อสื่อสาร
ประมวลผลและกระจายข่าวทางยุทธวิธีไปยังส่วนต่างๆ
ของหน่วยควบคุม
บังคับบัญชา โดย C4I
เกิดจากการรวมกันของระบบปฏิบัติการในสนามรบ
ซึ่งประกอบด้วย ระบบการควบคุมบังคับบัญชา
(Command and Control:
C2)
การติดต่อสื่อสาร
(Communications)
คอมพิวเตอร์
(Computer)
และระบบข่าวกรอง
(Intelligence: I)
เครือข่ายแห่งอนาคต
(Next-Generation Network: NGN)
เครือข่ายแบบ Packetbased
ที่สามารถรองรับบริการของการสื่อสารโทรคมนาคม
ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การเชื่อมต่อกับโครงข่ายสื่อสาร
ความเร็วสูงการใช้งาน แบบเคลื่อนที่
เป็นต้นข้อดี คือ
สามารถส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายประเภทต่างๆ
ได้โดยไม่มีข้อจำกัด
ในการเข้าถึงเครือข่ายนั้นๆ
และข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูง
|
๒.บทคัดย่อ
up
|
|
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
เป็นระบบที่ถูกนำมาใช้ทั้งในภาวะปกติและภาวะสงคราม
เพื่อใช้สำหรับการติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยงานของกองทัพและหน่วยงานอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ
ซึ่งระบบสื่อสารของกองทัพไทยประกอบด้วยระบบต่างๆ
หลายระบบคือ ระบบโทรคมนาคมทหาร
ระบบสื่อสารทางยุทธวิธี
และระบบสื่อสารสนับสนุนภารกิจเฉพาะ
ซึ่งแต่ละระบบจะมีขีดความสามารถ
ความจำเป็นในการใช้งาน
ลักษณะการทำงานและคุณลักษณะทางเทคนิค
ตลอดจนองค์ประกอบของโครงข่ายการสื่อสารที่แตกต่างกัน
|
Abstract
up
|
|
Thai
military communications system is generally
applied both at to state of normality and
state of war. It is used for communications
between battalion and other institution
implicated of transnational security.
Basically, it composes of three systems.
There are military communication system,
tactical communication system, and support
functions system. Each of them is configured
specifically and would work synchronizingly
for those supposes.
|
๓.บทนำ (Introduction) up
|
|
ระบบสื่อสารกองทัพไทย (Thai military
communications system) เป็นส่วนประกอบสำคัญของอำนาจกำลังรบของกองทัพ
เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดผลแพ้ชนะของการยุทธ์ในแต่ละครั้ง
ไม่ว่าจะเป็นการรบตามแบบ
การรบนอกแบบหรือแม้กระทั่งการป้องกันปราบปรามการก่อความไม่สงบภายในประเทศก็ตาม
ดังนั้นกองทัพจึงมีการนำระบบสื่อสารโทรคมนาคมและระบบสารสนเทศมาใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยงานของกองทัพ
และหน่วยงานด้านความมั่นคง อื่น ๆ
ทั้งในภาวะปกติและภาวะสงคราม
เพื่อกระจายและควบคุมข้อมูลข่าวสารที่มีประสิทธิภาพในการสนับสนุนงานด้านกำลังพล
การข่าว ยุทธการ การส่งกำลังบำรุง
และกิจการพลเรือน
โดยผ่านระบบสื่อสารซึ่งมีโครงข่ายตามลำดับขั้นการจัดองค์กรจนถึงกำลังพลผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นกำลังรบหลัก
โดยระบบสื่อสารของกองทัพไทยถูกออกแบบ
ตามความจำเป็นและวัตถุประสงค์ในการใช้งาน
ซึ่งแตกต่างจากระบบสื่อสารเชิงพาณิชย์โดยทั่วไปในหลายๆ
ด้าน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของความเชื่อถือได้(Reliability)
ความคงอยู่ (Availability)
และด้านการรักษาความปลอดภัย (Security)
ตลอดจนความเหมาะสมในการใช้งานในสถานการณ์
สภาพแวดล้อมและเวลาที่แตกต่างกัน
กองทัพไทยตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสารสารสนเทศจึงมีการจัดหน่วยงานเพื่อรับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านการสื่อสารของกองทัพทั้งในภาวะปกติและภาวะสงครามในทุกระดับและสถานการณ์
ซึ่งการสนับสนุนด้านการสื่อสารจะต้องมีความเชื่อถือได้
รวดเร็วและเพียงพอ
เนื่องจากการสื่อสารเป็นเสียงของผู้บังคับบัญชาในการสั่งการ
ให้หน่วยใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามแผนงานและยุทธวิธีที่กำหนด
ดังนั้นเทคโนโลยีระบบสื่อสารของกองทัพที่นำมาใช้ต้องสามารถสนับสนุนการสื่อสารสมัยใหม่ในรูปแบบต่าง
ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งขีดความสามารถในการสนับสนุนระบบควบคุมบังคับบัญชาและสั่งการ
(C4I) อย่างเพียงพอ
เพื่อให้กองทัพสามารถสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้การดำเนินการของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
จะต้องเป็นไปอย่างบูรณาการ
ดำเนินงานตามความจำเป็น
และภารกิจของหน่วยงานไม่ซ้ำซ้อน
ตระหนักถึงเทคโนโลยีที่มีอยู่และที่จะนำมาใช้ในอนาคต
ตลอดจนอายุการใช้งานของอุปกรณ์และระบบสื่อสารที่กองทัพจัดหามาใช้งานภายในกองทัพ
มีการส่งกำลังบำรุงที่ดี
สามารถปรับปรุงให้ทันสมัยเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไป
โดยใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า |
๔.ระบบสื่อสารกองทัพไทย
up
|
|
ระบบสื่อสารกองทัพไทยประกอบด้วยระบบที่สำคัญคือ
ระบบโทรคมนาคมทหาร ระบบสื่อสารทางยุทธวิธี
และระบบสื่อสารสนับสนุนภารกิจเฉพาะ
ซึ่งแต่ละระบบจะมีขีดความสามารถ
ความจำเป็นในการใช้งาน และคุณลักษณะทางเทคนิค
ตลอดจนองค์ประกอบของโครงข่ายการสื่อสารที่แตกต่างกัน
[๑] คือ
๔.๑ ระบบโทรคมนาคมทหาร
ระบบสื่อสารหลักของกองทัพที่ถูกนำมาใช้ทั้งในภาวะปกติและภาวะสงคราม
เพื่อให้บริการเกี่ยวกับการสื่อสารประเภทเสียงและประเภทข้อมูลกับทุกเหล่าทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่น
ๆ ทั่วประเทศ ผ่านทางโครงข่ายหลัก (Backbone)
ซึ่งเป็นโครงข่ายของกองทัพที่ครอบคลุมพื้นส่วนใหญ่ของประเทศ
โดยระบบมีลักษณะเป็นโครงข่ายการสื่อสารทางยุทธศาสตร์และเป็นโครงข่ายสื่อสารขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วย
โครงข่ายหลัก (Backbone) ปมโทรคมนาคม (Access
Nodes) และโครงข่ายย่อย (Access Networks)
ได้รับการออกแบบให้สามารถสนับสนุนการสื่อสารให้กับกองทัพเช่นเดียวกับโครงข่ายการสื่อสารเชิงพาณิชย์โดยทั่วไป
แต่มีความปลอดภัย (Security)
และความน่าเชื่อถือได้ (Reliability)
ที่ดีกว่า
๔.๒ ระบบสื่อสารทางยุทธวิธี
ระบบสื่อสารที่ถูกออกแบบมาเฉพาะ
แตกต่างจากระบบสื่อสารของพลเรือนโดยทั่วไป
เนื่องจากมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารให้กับหน่วยกำลังรบของกองทัพ
นอกจากนี้ยังถูกออกแบบให้เป็นโครงข่ายย่อย(Access
Networks)
เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อเข้ากับปมโทรคมนาคมทหาร
(Access Nodes) ได้
และคุณลักษณะที่สำคัญของระบบสื่อสารทางยุทธวิธี
นอกจากต้องเป็นระบบที่มีความปลอดภัย
(Security) และความเชื่อถือได้ (Reliability)
แล้วจำเป็นต้องมีความคล่องตัว
และสามารถติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว
เพื่อตอบสนองต่อภารกิจที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
และต้องมีความคงทนต่อสภาพแวดล้อม
ลมฟ้าอากาศต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีด้วย
๔.๓ ระบบสื่อสารสนับสนุนภารกิจเฉพาะ
ระบบสื่อสารที่ถูกออกแบบให้มีความคล่องตัวในการสนับสนุนภารกิจเฉพาะที่กองทัพได้รับมอบหมายได้อย่างหลากหลายเช่น
ระบบสื่อสารเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการของกองกำลัง
รักษาสันติภาพขององค์การสหประชาชาติ
ระบบสื่อสารเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของหน่วยทหารขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล
ไม่สามารถสนับสนุนการสื่อสารได้ด้วยระบบสื่อสารขนาดใหญ่
และการสนับสนุนการสื่อสารเมื่อเกิดภัยธรรมชาติที่ร้ายแรงซึ่งระบบสื่อสารพลเรือนไม่สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เป็นต้น
|
๕.แนวทางการพัฒนาระบบสื่อสารกองทัพไทย
up
|
|
ระบบสื่อสารของกองทัพส่วนใหญ่
ได้รับการติดตั้งและใช้งานมาเป็นเวลานาน
ทำให้อุปกรณ์บางส่วนเกิดการชำรุดเสียหาย และเพื่อให้ระบบสื่อสาร
ที่ชำรุดเสียหาย
สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทางกองทัพจึงได้มีนโยบายในการปรับปรุง
และพัฒนาระบบสื่อสารดังกล่าว
แต่การปรับปรุงและพัฒนาจำเป็นต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดด้านงบประมาณที่กองทัพได้รับจัดสรรมาตามลำดับ
ซึ่งระบบสื่อสารส่วนใหญ่ยังสามารถใช้งานได้ดีมีขีดความสามารถในการสนับสนุนให้หน่วยงานบรรลุภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
บางส่วนได้รับการปรับปรุงและพัฒนาตามเทคโนโลยีสมัยใหม่
แต่ยังมีอีกจำนวนมากที่ยังจำเป็นต้องพัฒนา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ตอบสนอง ต่อความต้องการการสื่อสารของหน่วยงาน ของกองทัพได้แนวทางในการพัฒนาระบบ
สื่อสารของกองทัพสรุปได้ดังนี้
๕.๑ ระบบโทรคมนาคมทหาร
ระบบสื่อสารหลักของกองทัพ
ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการสื่อสารประเภทเสียงและประเภทข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสื่อสารสำหรับระบบควบคุมบังคับบัญชาและสั่งการ
(C4I) ของกองทัพ
การพัฒนาที่สำคัญซึ่งกรมการสื่อสารทหาร
กองบัญชาการทหารสูงสุด
และหน่วยงานด้านการสื่อสารของกองทัพกำหนดร่วมกัน
ได้แก่
ก).การพัฒนาโครงข่ายหลัก
(Backbone) ในระบบที่มีอยู่
ให้เป็นโครงข่ายความเร็วสูงเพียงพอที่จะสนับสนุนการสื่อสารของกองทัพไทยอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ทุกหน่วยงานของกองทัพ
ได้ร่วมกันพิจารณาเพื่อให้การดำเนินการ
ไม่เกิดความซ้ำซ้อนสิ้นเปลืองงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรอย่างจำกัดและมีการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ข).
การพัฒนาไปสู่โครงข่ายการสื่อสารสมัยใหม่
(Next Generation Networks: NGN)
เพื่อให้การเชื่อมต่อการสื่อสารของหน่วยงานต่าง
ๆในทุกระดับสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ด้วยโปรโตคอลอินเทอร์เน็ต
(Internet Protocol: IP)
และเพื่อให้การเชื่อมต่อการสื่อสารของหน่วยงานต่าง
ๆของกองทัพสามารถทำได้อย่างสมบูรณ์
ซึ่งกรมการสื่อสารทหารมีแผนงานที่จะเปลี่ยนระบบการสื่อสารทั้งหมดของระบบโทรคมนาคมไปสู่เอ็นจีเอ็น
(NGN) และมีการเชื่อมต่อด้วยไอพี (IP)
ผ่านโครงข่ายหลักของระบบโทรคมนาคมทหาร
เมื่อการพัฒนาแล้วเสร็จหน่วยงานของกองทัพไทยจะมีโครงข่ายหลักที่มีความเร็วสูง
และมีการเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารของหน่วยงานต่าง
ๆอย่างสมบูรณ์ผ่านโปรโตคอลอินเทอร์เน็ต
๕.๒ ระบบสื่อสารทางยุทธวิธี
ระบบสื่อสารที่มีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากระบบสื่อสารของพลเรือนโดยทั่วไป
แม้ว่าระบบจะมีขีดความสามารถในการสนับสนุนการสื่อสารที่จำกัด
แต่คุณสมบัติและหลักนิยมทางทหาร
จะเป็นปัจจัยกำหนดคุณลักษณะและขีดความสามารถของระบบสื่อสารทางยุทธวิธี
ทั้งนี้การพัฒนาระบบสื่อสารทางยุทธวิธีที่สำคัญได้แก่
ก).
การพัฒนาการเชื่อมต่อไปสู่โครงข่ายหลักของระบบโทรคมนาคมทหารให้สามารถสนับสนุนการสื่อสารเชื่อมต่อหน่วยดำเนินกลยุทธ์เข้ากับระบบควบคุมบังคับบัญชาและสั่งการ
(C4I) อย่างมีประสิทธิภาพ
ข).
การพัฒนาเพื่อให้ระบบมีขีดความสามารถสนับสนุนการสื่อสารประเภทข้อมูล
(Data Communications) และเพิ่มความจุ
(Capacity)
ให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้งาน
ค).
การพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถของอุปกรณ์ปลายทาง
(User Terminals)
ให้มีความทันสมัยและสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ให้มากกว่าระบบที่มีอยู่
๕.๓ ระบบสื่อสารสำหรับภารกิจเฉพาะ
ระบบการสื่อสารที่มีหลักนิยมในการใช้งานที่แตกต่างจากระบบสื่อสารประเภทอื่น
ๆ
เนื่องจากเป็นระบบสื่อสารที่มีความสมบูรณ์ในตัวคือ
มีส่วนประกอบของโครงข่ายโทรคมนาคมครบทุกส่วน
สนับสนุนการสื่อสารได้อย่างกว้างไกล
มีขีดจำกัดในเรื่องของระยะทางน้อย
มีความคล่องตัว สะดวกต่อการติดตั้งและใช้งาน
ซึ่งระบบสื่อสารสำหรับภารกิจเฉพาะในอุดมคติอาจประกอบด้วยข่ายเชื่อมโยงด้วยระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม
ระบบการสื่อสารด้วยวิทยุย่านความถี่สูง (High
Frequency: HF) หรือ โทรโปสแคตเตอร์ (Troposcatters)
ที่สนับสนุนการสื่อสารไร้สายได้เป็นระยะไกล
รวมทั้งโครงข่ายย่อยและอุปกรณ์การสื่อสารปลายทาง
ของระบบการสื่อสารไร้สาย (Wireless
Communications System)
เนื่องจากระบบการสื่อสารสำหรับภารกิจเฉพาะเป็นความจำเป็นใหม่
ในกองทัพไทยที่จำเป็นต้องปฏิบัติ
ภารกิจอื่นใดที่มิใช่ภารกิจหลักทางทหาร
หน่วยงานด้านการสื่อสารของกองทัพจำเป็นต้องพิจารณาระบบการสื่อสารที่เหมาะสมเพื่อที่จะสามารถสนับสนุนภารกิจของกองทัพที่เพิ่มขึ้นและสนับสนุนการสื่อสารในยามจำเป็นของชาติเมื่อระบบสื่อสารพลเรือนไม่สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ |
๖.การประยุกต์ใช้งาน
up
|
|
ระบบการสื่อสารของกองทัพ
สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการติดต่อสื่อสารทั้งภายในและ
ภายนอกกองทัพเพื่อให้กองทัพสามารถดำเนินงานด้านการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และสามารถตอบสนองต่อความต้องการในการใช้งานระบบที่เพิ่มมากขึ้นได้
|
๗.บรรณานุกรม
up
|
|
[๑]คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ,ระบบสื่อสารกองทัพไทย(Military
Communications System),กทช.๒๔๓๙,เล่มที่
๒/๒,หน้า ๑๒๓ ๑๒๖, ตุลาคม ๒๕๔๙
|
|
|
| |
|
|
|
|