|
การทำงานสำหรับการรับ-ส่งข้อมูล
ของระบบเทเลเท็กซ์จะส่งข้อมูลผ่านคลื่นโทรทัศน์
โดยข้อมูลนี้สามารถออกอากาศได้ในเวลาเดียวกับที่มีการออกอากาศรายการโทรทัศน์ตามปกติ
ซึ่งระบบการรับ-ส่งข้อมูลเทเลเท็กซ์มีหลากหลายประเภท
เช่น ข้อมูลด้านตลาดหลักทรัพย์
การพยากรณ์อากาศ
ตารางเวลาเดินสายรถไฟและเครื่องบิน เป็นต้น
ดังแสดงในรูปที่ ๓.๑
ระบบเทเลเท็กซ์มีใช้งานหลายระบบซึ่งในแต่ละทวีปหรือประเทศจะมีการใช้ระบบที่แตกต่างกันเช่น
ในทวีปอเมริกาเหนือใช้ระบบคลื่นสัญญาณโทรทัศน์ตามมาตรฐานของอเมริกาเหนือหรือ
NABTS (North American Broadcast Teletext
Specification) ประเทศฝรั่งเศสใช้ระบบ Antiope
ประเทศแคนาดาใช้ระบบ Telidon เป็นต้น
โดยแต่ละระบบจะมีหลักการทำงานที่แตกต่างกันไปที่ได้รับความนิยมสูงสุด
ได้แก่ ระบบของประเทศอังกฤษที่เรียกว่า World
System Teletext
โดยเทคนิคการทำงานข่าวสารที่เทเลเท็กซ์ส่งออกมานั้น
มีทั้งข้อความที่เป็นตัวอักขระ (Character)
และสัญลักษณ์รูปภาพ (Graphical symbols)
ตัวอักขระและสัญลักษณ์จะถูกแปลงให้เป็นรหัสไบนารี
(Binary)
จากนั้นจะนำไปฝากไว้กับเส้นสแกนภาพทางแนวตั้งที่ไม่ได้ใช้งานเมื่อเครื่องรับโทรทัศน์ที่มี
หรือได้ติดตั้งเครื่องถอดรหัสสัญญาณ
เทเลเท็กซ์รับได้ จะถอดรหัสตัวอักขระ
และสัญลักษณ์
แล้วแสดงบนจอทีวีโดยซ้อนทับไปภาพบนจอ
หรือแสดงเฉพาะตัวอักขระ
และสัญลักษณ์อย่างเดียวบนจอ โดยมีสีพื้น
(background) ขึ้นอยู่กับการเลือกของผู้รับชม
อัตราในการส่งข้อมูลของรหัสไบนารีจะอยู่ที่
๖.๙๓๗๕ เมกกะบิทต่อวินาที
(Mbps) ในแต่ละเส้นซึ่งอัตรานี้ใช้กับ ระบบการส่งสัญญาณโทรทัศน์
๖๒๕ เส้น
|


รูปที่ ๓.๑
ข้อมูลทั่วไปสำหรับบริการของระบบเทเลเท็กซ์
|
๓.๑ การแสดงภาพและฝากข้อมูลเทเลเท็กซ์
การส่งสัญญาณโทรทัศน์ในระบบ CCIR
625/50 ทางสถานีส่งภาพด้วยอัตรา ๒๕
ภาพต่อวินาที แต่ละภาพมี ๖๒๕ เส้น
แบ่งออกเป็นสองเฟรมๆ ละ ๓๑๒ เส้นครึ่ง
ทำการส่งภาพทีละจุดเริ่มต้นจากเส้นบนสุดจากซ้ายไปขวาจากบนลงล่างและใช้การสอดแทรก
(Interlace) คือเฟรมแรกส่งเส้นที่เป็นเลขคี่
(๑,๓,๕,๗,
) และเฟรมที่สองส่งเส้นเลขคู่
(๒,๔,๖,๘,
) ในแต่ละเฟรม ๒๕
เส้นแรกจะไม่มีการส่งสัญญาณภาพ
สังเกตได้จากหน้าจอจะเป็นแถบสีดำช่วงนี้มีไว้เพื่อให้ลำอิเล็กตรอนมีเวลากวาดกลับในแนวดิ่งจากล่างสุดของจอขึ้นไปบนสุด
๖
เส้นแรกเป็นสัญญาณให้เครื่องรับทราบว่าถึงเวลาที่จะต้องกวาดลำอิเล็กตรอนขึ้นไปข้างบนแล้ว
เส้นสุดท้ายสงวนไว้ไม่ใช้
ดังนั้นสัญญาณเทเลเท็กซ์จึงสามารถส่งไปได้ในช่วง
๑๖ เส้นที่เหลือ
การใช้เส้นในการส่งสัญญาณเทเลเท็กซ์ขึ้นอยู่กับการเลือกของสถานี
โดยทั่วไปจะใช้เฟรมละ ๒ ถึง ๘ เส้น ดังรูปที่
๓.๒
จึงได้อาศัยเส้นเหล่านี้ในการใช้ส่งสัญญาณเทเลเท็กซ์
เรียกว่า Data-Lines
ซึ่งสามารถส่งได้เป็นจำนวนมากบน Data-Lines
จะมีสัญญาณนาฬิกา (Clock Run-In)
ซึ่งเป็นรหัสไบนารี (Binary)
เช่นเดียวกันโดยจะมีค่าเป็น 101010
.
สัญญาณนาฬิกานี้จะเป็นตัวบอกให้เครื่องรับโทรทัศน์ที่ติดตั้งเครื่องถอดรหัสสัญญาณเทเลเท็กซ์ทราบว่ามีการส่งสัญญาณ
เทเลเท็กซ์มา
[๑]
|


รูปที่ ๓.๒
แสดงเส้นการส่งข้อมูลเทเลเท็กซ์
|
สัญญาณเทเลเท็กซ์ส่งไปครั้งละ ๑ บิท เส้นละ
๓๖๐ บิท หรือ ๔๕ ไบท์ (เป็นข้อมูล ๔๐ ไบท์)
อัตราการส่งเท่ากับ ๖.๙๓๗๕ เมกกะบิทต่อวินาที
สัญญาณที่ส่งไปไม่ใช่สัญญาณภาพแต่เป็นรหัสอักษรตัวอักษรละ
๑ ไบท์ แต่ละไบท์มี ๘ บิท
แต่ใช้เป็นรหัสตัวอักษร ๗ บิท ส่วนบิทที่เหลือ
ใช้สำหรับตรวจสอบความถูกต้อง (parity bit)
ดังนั้นจึงมีจำนวนตัวอักษรได้ ๑๒๘ ตัวอักษร
ใช้รหัสมาตรฐานแอสกี (ASCII) ซึ่ง ๓๒
ตัวอักษรแรก ใช้เป็นรหัสควบคุม(Control code)
ดังนั้นจึงมีจำนวนตัวอักษรได้จริงๆ ๙๖
ตัวอักษร (โดยการพัฒนาเครื่องรับโทรทัศน์ที่มีภาคถอดรหัสสัญญาณเทเลเท็กซ์เพื่อให้รับภาษาไทยได้จะต้องจัดทำชุดกล่องควบคุม(set
up box) ด้วยการแก้ไขระบบส่วนของ Rom
Character Gen
โดยการส่งข้อมูลเทเลเท็กซ์ที่เป็นภาษาไทยจะเหมือนกับการส่งข้อมูลที่เป็นภาษาอังกฤษ
กล่าวคือ
ด้านส่งจะส่งข้อมูลตัวอักษรภาษาอังกฤษในรูปแบบของรหัสแอสกี
(ASCII CODE)
ภาษาอังกฤษจะมีรหัสแอสกีกำหนดไว้ตายตัวเป็นมาตรฐานสากลจึงไม่ยุ่งยากสำหรับการส่งภาษาไทยจึงจำเป็นจะต้องกำหนด
โดยดูรหัสแอสกีที่ไม่ได้ใช้งานมากำหนดเป็นรหัสของภาษาไทยให้ครบทุกตัวอักษร
ดังนั้นในด้านรับจะรับรหัสแอสกีมา
จากนั้นจะทำการถอดรหัสว่าเป็นตัวอักษรใด
ซึ่งรูปแบบการแสดงผลของตัวอักษรนั้นเก็บอยู่ในROM
Character Generater
รูปแบบของข้อมูลรหัสไบนารี(bits)
จะมีค่า0และ 1
แต่ค่าทางสัญญาณไฟฟ้าจะใช้เปรียบเทียบกับค่าระดับความมืด
(black level)และความสว่าง (white level)
ของสัญญาณภาพ โดยที่ระดับความมืด ๐%
จะเป็นลอจิก 0 และระดับความสว่าง ๖๖%
จะเป็นลอจิก 1
ระบบเทเลเท็กซ์ไม่ได้ส่งตัวอักษรขาวดำธรรมดาแต่มีเทคนิคอีกหลายประการ
เช่น สีของตัวอักษรและสีพื้น(Background
Color)การขยายขนาดและการกระพริบของตัวอักษรรวมทั้งเทคนิคการซ่อนตัวอักษรไม่ให้แสดงบนจอโดยจะแสดงตัวอักษรนั้นเมื่อผู้ใช้บังคับให้แสดง(สำหรับเล่นเกมส์และปริศนาอักษรไขว้)และสามารถตีกรอบให้แสดงพร้อมกับสัญญาณภาพโทรทัศน์
(สำหรับคำบรรยายในรายการภาพยนตร์)
นอกจากนี้ยังสามารถส่งรูปภาพอย่างหยาบๆ
ได้อีกด้วย
๓.๒ ระบบเครื่องส่งและเครื่องรับ
ระบบการรับ-ส่งของเทเลเท็กซ์ประกอบด้วยเครื่องส่งและเครื่องรับ
โดยมีหลักการ ดังนี้
สถานีส่งโทรทัศน์ ข้อมูลต่างๆ
ที่จะส่งถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์
เครื่องเข้ารหัส (Encoder)
จะดึงข้อมูลออกมาจากคอมพิวเตอร์จากนั้นจะจัดการส่งข้อมูลเหล่านั้นไปกับสัญญาณโทรทัศน์
ในขณะที่เครื่องรับโทรทัศน์ที่รับสัญญาณได้จากสายอากาศ
จะถูกส่งเข้าเครื่องถอดรหัสสัญญาณเทเลเท็กซ์ก่อนเพื่อแยกสัญญาณเทเลเท็กซ์ออกมาแล้วสร้างภาพตัวอักษรขึ้น
จากนั้นจะส่งให้เครื่องรับโทรทัศน์ต่อไป
โดยผู้ใช้ควบคุมการทำงานด้วยชุดรีโมทคอนโทรล
(remote control)
ซึ่งเลือกได้ว่าจะรับชมรายการโทรทัศน์หรือดูเทเลเท็กซ์
หากผู้ใช้เลือก เทเลเท็กซ์
สามารถเลือกได้ว่าจะดูหน้าไหน นานเท่าใด
ซึ่งเครื่องรับสัญญาณเทเลเท็กซ์จะมีหน่วยประมวลผลหรือคอมพิวเตอร์อยู่ข้างในรวมทั้งมีหน่วยความจำรวมอยู่ด้วย
ดังนั้นจึงสามารถดำเนินกรรมวิธีได้เหมือนคอมพิวเตอร์ทั่วไป
เช่น พิมพ์ข้อความจากจอลงบนกระดาษ
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของแต่ละเครื่อง
เป็นต้น โดยระบบการรับและส่งสัญญาณ
เทเลเท็กซ์
[๑] แสดงดังรูปที่ ๓.๓
|


รูปที่ ๓.๓
ระบบการส่งและรับสัญญาณเทเลเท็กซ์พื้นฐาน
|
๓.๓ ภาษาไทยกับเทเลเท็กซ์
ณ ปี พ.ศ. ๒๕๕๐
ยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานการส่งเทเลเท็กซ์ในประเทศไทย
แต่หากจะให้ระบบเทเลเท็กซ์สามารถแสดงตัวอักษรภาษาไทยได้ต้องมีการกำหนดมาตรฐานขึ้นมาใหม่เนื่องจากภาษาไทยมีลักษณะพิเศษไม่เหมือนภาษาอังกฤษเนื่องจากมีรายละเอียดหลายประการ
ที่ต้องพิจารณาเช่น แต่ละจอจะให้มีกี่บรรทัด
โดยการแปลงจากสามบรรทัดภาษาอังกฤษ
ให้เป็นหนึ่งบรรทัดภาษาไทย เป็นต้น
โดยตัวอย่างหน้าจอการแสดงภาพของ
เทเลเท็กซ์แสดงดังรูปที่
๓.๔
|


รูปที่ ๓.๔
ตัวอย่างภาพจากจอเทเลเท็กซ์
|
|