|
สำหรับการให้บริการในกิจการโทรคมนาคม
ก่อนที่ผู้ให้บริการจะตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์จากบริษัทผู้ผลิตรายใดมาใช้เป็นระบบกลางสำหรับให้บริการลูกค้า
ผู้ให้บริการจำเป็นจะต้องทราบข้อมูลทางเทคนิค
ของผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเป็นอย่างดี
มีการเปรียบเทียบข้อได้เปรียบ
ข้อเสียเปรียบกับผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตรายอื่น
เพื่อให้สามารถมั่นใจได้ว่า
สิ่งที่จะจัดหามาใช้ มีความเชื่อถือได้สูง
สามารถพัฒนาระบบและขยายต่อไปในอนาคตได้
รวมถึงความเข้ากันได้กับระบบอื่น ๆ
เพื่อให้สามารถให้บริการร่วมได้ทั่วโลก
เป็นต้น
ดังนั้น
มาตรฐานโทรคมนาคมจึงเปรียบเสมือนสื่อกลางที่ได้ถูกกำหนดขึ้น
เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการอ้างอิง เปรียบเทียบได้
ดังแสดงความสัมพันธ์ในรูปที่ ๔.๑
ความสัมพันธ์ดังกล่าวสามารถอธิบายตามลำดับ
ดังนี้
|


รูปที่ ๔.๑
ความสัมพันธ์ระหว่าง เทคโนโลยี
มาตรฐาน
และผู้ผลิต
|
๑
คือการที่มนุษย์สามารถคิดค้นเทคโนโลยีได้หรือยังไม่ได้ก็ตาม
ซึ่งเทคโนโลยีนั้นยังไม่มีมาตรฐานรองรับ
และยังไม่มีผู้ผลิตรายใดสามารถผลิตได้
ทำให้ความต้องการใช้งานในเทคโนโลยีเหล่านี้ยังไม่อาจเป็นจริงได้
๒
คือการที่เทคโนโลยีนั้นได้ถูกกำหนดเป็นมาตรฐานขึ้น
หากแต่ว่าเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงเกินกว่าผู้ผลิตรายใดจะสามารถผลิตได้แล้ว
และความต้องการที่จะใช้บริการนั้นก็ยังไม่สามารถเกิดขึ้นจริง
แต่มีความเชื่อว่าภายในอนาคตอันใกล้ความหวังนั้นอาจเป็นจริงได้
๓
คือการที่องค์การที่เป็นผู้กำหนดมาตรฐาน
ในบางครั้งทำงานได้ด้วยความเชื่องช้า
ในการกำหนดมาตรฐานใหม่ออกมาเผยแพร่
เนื่องจากต้องมีกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องและความเป็นไปได้ในหลายขั้นตอน
ทำให้ผู้ผลิตบางรายที่ได้ลงมือทำการวิจัยและอาจผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถเกินกว่ามาตรฐานด้วยเทคโนโลยีของบริษัทเอง
และบ่อยครั้งที่ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นก็มักจะตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน
อย่างไรก็ตามอาจจะมีปัญหาในเรื่องของความเข้ากันไม่ได้กับผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตรายอื่นหากจำเป็นต้องใช้งานร่วมกัน
ซึ่งผู้ให้บริการจำเป็นต้องตัดสินใจเองว่าจะนำมาใช้หรือไม่
๔ เช่นเดียวกัน
สำหรับส่วนของมาตรฐานเอง
บางครั้งผู้คิดมาตรฐานต้องใช้จิตนาการขึ้น
เช่น ด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน
ซึ่งในเทคโนโลยีที่มีอยู่อาจไม่สามารถตอบสนองได้
ทำให้มาตรฐานเหล่านี้อาจถูกกำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นกรอบของแผนการสร้างมาตรฐานในอนาคต
๕
ในบางครั้งผู้ผลิตเองอาจเห็นช่องทางความเป็นไปได้ในการที่จะผลิตผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน
แต่เทคโนโลยีที่มีอยู่ยังไม่สามารถทำได้
ผู้ผลิตอาจตัดสินใจทำการวิจัยในแนวลึก
เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นผู้นำของเทคโนโลยีตัวนั้นก่อนคู่แข่ง
๖
ผู้ผลิตบางรายที่เป็นผู้ผลิตชั้นแนวหน้า
อาจแสดงบทบาทของตนในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อกำหนดมาตรฐาน
พยายามสร้างภาพและชักนำให้องค์กรกำหนดมาตรฐานเห็นชอบและคล้อยตาม
๗
หากทุกอย่างสามารถเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์ทั้งเรื่องมาตรฐานเทคโนโลยี
และสิ่งที่ผู้ผลิตสามารถทำได้
นั้นคือทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
สำหรับให้ผู้ให้บริการเลือกใช้
โดยมีความเสี่ยงต่อการใช้ผลิตภัณฑ์ต่ำสุด
๘
อย่างไรก็ตามความต้องการของมนุษย์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด
จึงทำให้เกิดวงเสมือนแสดงในภาพมีการเคลื่อนไหว
บ้างใหญ่ขึ้น บ้างเบี้ยวบิดไปมาตลอด
และทั้งหมดก็พยายามปรับเข้าหาสมดุลกัน
๔.๑ การโอนย้ายถ่ายเทมาตรฐาน
ปกติการรวมตัว
เพื่อสร้างมาตรฐานมักจะเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มองค์กรหนึ่ง
เพื่อกำหนดมาตรฐานสำหรับใช้ร่วมกันเช่น
กลุ่มผู้ผลิต หรือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
เป็นต้น
บางครั้งเพื่อให้การเกิดมาตรฐานของกลุ่มตนมีความรวดเร็วขึ้น
จึงมักจะทำการหยิบยืมมาตรฐานที่องค์กรอื่นได้ทำไว้ดีอยู่แล้วมาใช้อ้างอิง
แล้วไปเน้นสร้างมาตรฐานใหม่ที่กลุ่มของตนต้องการเฉพาะ
ซึ่งองค์กรหรือมาตรฐานอื่นอาจยังไม่ได้ทำการศึกษาในรายละเอียดเหล่านั้น
แต่เนื่องจากการดำเนินการในองค์กรกำหนดมาตรฐาน
ที่หลากหลายเหล่านี้
จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายที่กลุ่มสมาชิกต้องร่วมกันออกทั้งค่าธรรมเนียมสมาชิก
และการดำเนินการ
ซึ่งในบางกรณีหากสมาชิกในกลุ่มส่วนใหญ่มีความเห็นร่วมกันว่าการดำเนินงานร่วมกันต่อไปอาจไม่คุ้ม
หรืออาจมีองค์กรกำหนดมาตรฐานอื่นสามารถทำหรือสร้างมาตรฐาน
ได้ครอบคลุมหรือมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า
ก็อาจจะยุติการดำเนินการและไปอ้างอิงใช้มาตรฐานตัวใหม่แทน ดังตัวอย่างที่เกิดขึ้น เช่น CEPT (Conference
of European Posts and Telecommunications)
ซึ่งเป็นองค์กรมาตรฐานทางด้านโทรคมนาคมที่สำคัญมากองค์กรหนึ่งในยุโรป
ที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนามาตรฐานในยุคแรกของระบบ
GSM ได้ยุติการกำหนดมาตรฐานในปี พ.ศ. ๒๕๓๒
และโอนถ่ายมาตรฐานในส่วนนี้ให้กับองค์กรกำหนดมาตรฐานของทวีปยุโรป
(European Telecommunication Standard
Institute: ETSI)
เพื่อพัฒนามาตรฐานขีดความสามารถของมาตรฐานต่อไป
๔.๒ กลุ่มมาตรฐาน
ก) มาตรฐานกลุ่มยุโรป
ประกอบด้วยองค์กรหรือกลุ่มโครงการซึ่งร่วมตัวกันเพื่อทำงานเกี่ยวกับมาตรฐานต่างๆ
ของกลุ่มยุโรปโดยกลุ่มมาตรฐานดังกล่าวจะมีลักษณะการทำงานที่สอดคล้องและข้องเกี่ยวกันเสมือนเป็นหนึ่งเดียว
ดังแสดงความสัมพันธ์ในรูปที่ ๔.๒
|


รูปที่ ๔.๒
ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรต่างๆ
ในกลุ่มยุโรป
|
ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรต่าง
ๆในกลุ่มยุโรป
สามารถอธิบายโดยอ้างอิงจากหมายเลขที่กำกับจากรูปที่
๔.๒ ได้ดังนี้ คือ
องค์กรร่วมยูเอ็มทีเอส (UMTS) (๑)
ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑ เมษายน
พ.ศ. ๒๕๓๓
เพื่อทำหน้าที่ในการร่วมจัดสร้างกรอบมาตรฐาน
โดยเป็นเสมือนศูนย์กลางในการเชื่อมประสานการดำเนินงาน
ของแต่ละโครงการในยุโรปให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
โดยเฉพาะในการสร้างมาตรฐานระหว่างโครงข่ายโทรศัพท์และโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่
นอกจากนี้ยูเอ็มทีเอสยังเป็นผู้กำหนดกรอบการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีให้กับกลุ่มเอ็คส์
(ACTS) (๒)
และยังเป็นกรอบสำหรับการกำหนดมาตรฐานให้กับองค์กรกำหนดมาตรฐานของทวีปยุโรปหรืออิทซี่
(ETSI) (๒) อีกด้วย
จึงทำให้ทั้งอิทซี่และเอ็คส์
ต้องทำงานประสานกันตลอดเวลา
ขณะเดียวกันกลุ่มจีเอสเอ็มเอ็มโอยู
(GSM MoU)
3GIG(๓)
จะทำหน้าที่เป็นเสมือนฝ่ายค้านและปรับความต้องการมาตรฐานของยุโรปให้กับ
ETSI และ UMTS
พร้อมทั้งผลักดันให้มาตรฐานยุโรปถูกนำเข้าบรรจุเป็นหนึ่งในมาตรฐานโทรคมนาคมกลางของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศหรือ
ไอทียู (ITU) (๔)
ซึ่งการกำหนดกรอบการจัดสรรความถี่วิทยุใช้งานจากยูเอ็มทีเอส
(UMTS)
จะถูกใช้เป็นข้อเสนอแนะให้กับอีอาร์ซี/อีอาร์โอ
(ERC/ERO) (๕)
สำหรับการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งานในกลุ่มประเทศยุโรป
โดยสมาคมผู้ผลิตในยุโรปเอ็คตร้า (ECTRA) (๖)
จะยึดถือตามข้อเสนอแนะจากยูเอ็มทีเอสในการดำเนินแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์
สุดท้ายคือ คณะกรรมการของอียูหรืออีซี (EC)
(๗)
คือกรอบที่ใช้ในการประชุมมาตรฐานในกลุ่มประเทศยุโรป
นอกจากนี้ยังมีโครงการศึกษาเพื่อกำหนดมาตรฐานอื่นๆ
ที่สำคัญ เช่น โครงการโคดิด (UMTS code
division testbed: CODIT) และเฟรมส์ (Future
Radio Wideband Multiple Access System:
FRAMES)
ข)
มาตรฐานกลุ่มอเมริกา
ประกอบด้วยกลุ่มมาตรฐานที่เป็นที่รู้จักของบุคคลโดยทั่วไป
เช่น
สถาบันมาตรฐานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาหรือแอนซี
(American National Standard Institute: ANSI)
ซึ่งเป็นองค์กร
ที่ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานของผลิตภัณฑ์
กลุ่มพันธมิตรอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์หรือ
อีไอเอ (Electronic Industries Alliance: EIA
) องค์การมาตรฐาน
ระหว่างประเทศหรือไอเอสโอ (
International Organization for
Standardization: ISO
) และทีเอสซีซี
(Telecommunication Standard Advisory
Council: TSCC) เป็นต้น
สำหรับมาตรฐานทางด้านโทรคมนาคม
ที่กำลังเป็นที่สนใจ
ในกลุ่มมาตรฐานอเมริกา คือ
การกำหนดมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือทีไอเอ
(Telecommunication Industry Association:
TIA) ซึ่งเป็นส่วนงานหนึ่งขององค์กรอีไอเอ
(EIA)
และเป็นส่วนงานที่พยายามผลักดันมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุค
๓ จี
ทั้งแบบดับบิลซีดีเอ็ม-เอ ทีดีเอ็มเอ
(ไอเอส ๑๓๖)
และซีดีเอ็มเอ ๒๐๐๐
(ปรับปรุงจากไอเอส ๙๕)
และมาตรฐานที่น่าสนใจ
ของทีไอเอ
ประกอบด้วย มาตรฐานจากคณะกรรมการ ทีอาร์ ๔๕
(Mobile and Personal Communications 900&1800
Standard: TR 45) และมาตรฐาน ทีอาร์ ๔๖
(Mobile and Personal Communications 1800: TR
46)
และมาตรฐานโทรคมนาคมอีกมาตรฐานหนึ่งของกลุ่มมาตรฐานอเมริกาคือ
ที๑ (T1)
ซึ่งเป็นมาตรฐานโทรคมนาคมที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ตั้งปี
พ.ศ.๒๕๓๗ โดยได้รับการสนับสนุนจากเอทิส
(Alliance for Telecommunications Industry
Solutions: ATIS) รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจาก
สถาบันมาตรฐานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาหรือแอนซี
ให้สามารถนำมาตรฐานที่ผ่านการตรวจสอบแล้วของแอนซี
มาใช้งานได้ โดยกลุ่มที
๑T1 ได้มีการแบ่งกลุ่มศึกษาออกเป็น 6
กลุ่มหลัก คือ
ที๑เอ๑(T1A1)
ศึกษาเรื่องสมรรถนะและกรรมวิธีทางด้านสัญญาณ
ที๑อี๑(T1E1)
ศึกษาเรื่องจุดเชื่อมไฟฟ้าและการป้องกันโครงข่าย
ที๑เอ็ม๑(T1M1)
ศึกษาเรื่องการเชื่อมต่อระหว่างโครงข่าย
ที๑พี๑(T1P1)
ศึกษาเรื่องบริการบนโครงข่ายสื่อสารไร้สาย
ที๑เอส๑(T1S1)
ศึกษาเรื่องโพรโตคอลสัญญาณต่างๆ และ
ที๑เอ็กซ์๑(T1X1)
ศึกษาเรื่องโครงสร้างดิจิตอลลำดับชั้นแบบสอดคล้องกัน
ค) มาตรฐานกลุ่มเอเชีย
องค์กรมาตรฐานโทรคมนาคมที่โดดเด่นในเอเชีย คือ
เออาร์ไอบี (Association Radio Industries and
Business: ARIB )
เป็นองค์กรที่คอยดูแลและกำหนดมาตรฐานด้านวิทยุ
โทรศัพท์ แห่งชาติของประเทศญี่ปุ่น
กำหนดสำหรับใช้งานภายในประเทศ
รวมทั้งยังเป็นองค์กรที่สำคัญในการผลักดันมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุค๓จีแบบดับบิลซีดีเอ็มเอ
เข้าบรรจุอยู่ในมาตรฐานหนึ่งของ
มาตรฐานโทรคมนาคมกลางไอเอ็มที ๒๐๐๐
(International Mobile
Telecommunications-2000: IMT 2000)
นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานแห่งประเทศ
ของอีกหลายประเทศที่ได้รับการกล่าวถึงในวงการโทรคมนาคมโลก
เช่น
องค์กรกำหนดมาตรฐานแห่งประเทศเกาหลีหรือทีทีเอ
( Korea
Telecommunication Technology
Association: TTA ) องค์กรกำหนดมาตรฐาน
แห่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือ
ซีดับบิวทีเอส (China Wireless
Telecommunication Standard Group: CWTS)
และองค์กรกำหนดมาตรฐาน
แห่งประเทศญี่ปุ่น หรือทีทีซี
(Telecommunication Technology Committee:
TTC) เป็นต้น
๔.๓ มาตรฐานโทรคมนาคมกลาง
มาตรฐานโทรคมนาคมกลาง
หรือที่รู้จักในชื่อไอทียู (International
Telecommunication Union: ITU)
ก่อตั้งองค์กรขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.
๒๔๙๐ โดยมี
สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเจนีวา
ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อใช้เป็นเวทีสำหรับการประชุมและกำหนดมาตรฐานกลางทางด้านโทรคมนาคมโลก
โดยมีประเทศต่าง ๆทั่วโลกเข้าร่วมเป็นสมาชิก
และมีลักษณะโครงสร้างขององค์กรแสดงดังรูปที่
๔.๓ ในระยะแรกที่ก่อตั้ง
องค์กรได้มีการกำหนดแบ่งโครงสร้างออกเป็นสี่ส่วนงานหลักคือ
ส่วนงานสภาบริหาร (Administrative council)
ส่วนงานการประชุมผู้บริหารระดับโลกว่าด้วยการโทรเลขและโทรศัพท์
(World Administrative Telegraph and
Telephone Conference: WATTCS) เออาร์ซี
(World Administrative Radio Conference and
Region ARC: WARC and RARC)
และการประชุมระดับโลกและระดับภูมิภาคว่าด้วยการพัฒนา
(World and Region Development Conference) และหน่วยงานที่อยู่ภายใต้สภาบริหาร(Administrative
council)
ยังถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนงานคือคณะกรรมาธิการที่ปรึกษาโทรเลขและโทรศัพท์ระหว่างประเทศ
ซีซีไอทีที (International Telegraph and
Telephone Consultative Committee:CCITT)
และคณะกรรมการที่ปรึกษาการวิทยุระหว่างประเทศ
ซีซีไออาร์(Consultative Committee on
International Radio: CCIR)
ซึ่งเป็นส่วนงานที่ทำหน้าที่สำหรับกำหนดมาตรฐานโทรคมนาคมกลางโดยที่ซีซีไอทีที
จะทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานโครงข่ายโทรคมนาคม
หรือระบบโทรศัพท์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
รวมทั้งมาตรฐานโครงข่ายสื่อสารข้อมูล เช่น
X.25 เป็นต้น
ส่วนซีซีไออาร์ทำหน้าที่เป็นผู้กำหนดมาตรฐานทางด้านสื่อสัญญาณและวิทยุ
เพื่อให้ระบบโทรคมนาคมของแต่ละประเทศสามารถเชื่อมติดต่อกันได้ทั่วโลก
ในการทำงานทั้งซีซีไอทีที และซีซีไออาร์
ทำงานประสานกันกับซีทีดี (Center of
Telecommunication Development: CTD)
ในการพัฒนาวิธีการทางเทคโนโลยีเพื่อนำมากำหนดไว้เป็นมาตรฐานกลาง
ส่วน ดับบิวเอทีทีซีเอส (WATTCS)
เป็นส่วนงานที่ทำหน้าที่ในการกำหนดจัดประชุมโทรคมนาคมโลกประจำปี
เพื่อให้เกิดเวทีกลางในการแลกเปลี่ยนขอเสนอแนะ
เพื่อเป็นกรอบในการกำหนดมาตรฐาน
|


รูปที่ ๔.๓ แสดงโครงองค์กร
ITU และการเปลี่ยนแปลง
|
ภายใต้เออาร์ซี (World
Administrative Radio Conference and Region
ARC: WARC and RARC)
ยังมีส่วนงานคณะกรรมการจดทะเบียนความถี่วิทยุระหว่างประเทศไอเอฟอาร์บี
(International Frequency Registration Board:
IFRB) ที่กำกับดูแลการใช้ทรัพยากรความถี่วิทยุ
ทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค
เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการใช้งานสูงสุดและเป็นระเบียบ
เมื่อได้มีการกำหนดโครงสร้างองค์กรและใช้มาเป็นเวลานาน
จึงทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างขององค์กรใหม่
เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
และโครงสร้างใหม่นี้ต้องสามารถดำเนินการต่อไปได้ดีนับสิบปี
โดยมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อปี
พ.ศ.๒๕๓๕
โดยแบ่งออกเป็นสี่ส่วนงานหลักคือสภาบริหาร
(Council) ภาคการวิทยุคมนาคม (The Radio
Communication Sector) ภาคการมาตรฐานโทรคมนาคม
(The Telecommunication Standardization
Sector) และภาคการพัฒนาทางด้านโทรคมนาคม (The
Telecommunication Development Sector)
ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างครั้งนี้เป็นผลให้
ส่วนงาน ซีซีไออาร์ และ เออาร์ซี
มาขึ้นโดยตรงภาคการวิทยุคมนาคม
ส่วนซีซีไอทีทีให้มาขึ้นกับ
ภาคการมาตรฐานโทรคมนาคม สำหรับงานภายใต้
ซีทีดี (CTD) และงานพัฒนาอื่นๆ
ขึ้นโดยตรงกับภาคการพัฒนาทางด้านโทรคมนาคม
โครงการที่ถูกกำหนดโดยไอทียู
สำหรับมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุค ๓จี
ที่สำคัญ คือ โครงการ IMT2000
ที่มีขั้นตอนและกรอบการศึกษาแยกออกเป็นห้ากลุ่มงานหลัก
คือ
ก)
ไอเอ็มทีเอ็มซี (IMT-MC) ทำหน้าที่ศึกษาเทคโนโลยีซีดีเอ็มเอแบบหลายพาหะ (CDMA
multi carrier) หรือที่รู้จักในชื่อ cdma2000
หรือ IS-2000
ข) ไอเอ็มทีดีเอส
(IMT-DS) ศึกษาเทคโนโลยี
ซีดีเอ็มเอแบบกระจายโดยตรง (CDMA direct
spread) ที่รู้จักกันดีในชื่อ
ดับบิลซีดีเอ็มเอมีองค์กรที่ให้การสนับสนุนที่สำคัญ
คือ เออาร์ไอบี
รวมถึงกลุ่มผู้ให้บริการและกลุ่มผู้ผลิตระบบจีเอสเอ็ม
ค)
ไอเอ็มทีทีซี (IMT-TC) เน้นศึกษาเทคโนโลยี
ซีดีเอ็มเอทีดีดีหรือแบบการเข้าถึงใช้งานด้วยเวลาออกเป็นสองส่วน (CDMA-Time
Division Duplex: CDMA-TDD)
เพื่อใช้เป็นมาตรฐานทางเลือกสำหรับ 3G
อีกมาตรฐานหนึ่ง
ง) ไอเอ็มทีเอสซี
(IMT-SC)
เป็นเทคโนโลยีทีดีเอ็มเอแบบพาหะเดียว (TDMA
Single
Carrier) หรือที่รู้จักในชื่อของดับบิวยูซี
๑๓๖ (UWC-136) และ เอ็จ (EDGE)
จ) ไอเอ็มที่เอฟซี
(IMT-FT)
เป็นเทคโนโลยีแบบทีดีเอ็มเอแบบหลายพาหะ (TDMA
multi carrier)
หรือที่รู้จักในชื่อมาตรฐานเด็ค (DECT)
๔.๔ โครงการเร่งผลักดันมาตรฐาน
องค์กรสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศไอทียู
เป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่และมีสมาชิกอยู่เกือบทุกประเทศทั่วโลก
จึงทำให้การกำหนดมาตรฐานจำเป็นต้องมีการพิจารณาอย่างระมัดระวัง
โดยเฉพาะมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุค๓จี
ที่มีผู้เสนอเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อเปรียบเทียบหลายวิธีการ
แต่ละวิธีการก็มีความเป็นไปได้ที่จะสามารถกำหนดไว้เป็นมาตรฐานกลาง
ดังนั้นการที่องค์กรจะตัดสินใจเลือกระบบใดระบบหนึ่งมาเป็นมาตรฐานกลาง
ก็จะเป็นผลต่อกลุ่มผู้นำเทคโนโลยีเสนอระบบอื่นที่ไม่ได้รับการคัดเลือก
ดังนั้นจึงต้องทำการศึกษาขนานร่วมกันไปทั้งหมด
และพยายามปรับให้เข้ากันได้มากที่สุด
ในช่วงที่มาตรฐานยุค
๓จี ยังไม่มีความชัดเจนนักทำให้กลุ่มเอสดีโอ
(Standard Development Organization: SDO)
ประกอบด้วยองค์กรหรือกลุ่มหลัก คือ เออาร์ไอบี
ซีดับบิวทีเอส ที๑ ทีทีเอ และทีทีซี
ร่วมกันจัดตั้งองค์กรช่วยเร่งมาตรฐาน ในชื่อ
๓จีพีพี (Third Generation Partnership
Project: 3GPP) ขึ้นในปีพ.ศ.๒๕๔๑
ภายใต้การสนับสนุนมาตรฐานอ้างอิงจาก
องค์กรกำหนดมาตรฐานของทวีปยุโรปหรืออิทซี่
ทำให้มาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุค ๓จี
สามารถถูกผลักดันจนเป็นรูปธรรมมากขึ้น
พร้อมที่ผู้ผลิตนำไปใช้อ้างอิงในการผลิตในระบบดับบิวซีดีเอ็มเอ
๓จีพีพี
กำหนดแบ่งกลุ่มศึกษาทางเทคนิค หรือทีเอสจี
(Technical Specific Group: TSG)
ออกเป็นห้ากลุ่มย่อย คือ
ทีเอสจีซีเอ็น (TSG-CN)
ศึกษาในเรื่องโครงข่ายหลัก (Core Network)
ทีเอสจีจีแรน
(TSG-GSM/EDGE Radio Access Network:
TSG-GERAN)
ศึกษาในเรื่องการปรับเปลี่ยนการเข้าถึงทางด้านวิทยุของจีเอสเอ็มและเอ็จ
ทีเอสจีแรน (TSG-Radio
Access Network: TSG-RAN)
ศึกษาในเรื่องการเข้าเชื่อมต่อโครงข่ายผ่านวิทยุ
ทีเอสจีเอสเอ
(TSG-Services and system Aspects: TSG-SA)
ศึกษาในระบบและบริการในฟังก์ชันต่างๆ
ทีเอสจีที
(TSG-Terminals: TSG-T)
ศึกษาในส่วนของอุปกรณ์ปลายทาง
และกลุ่มเร่งผลักดันมาตรฐานที่ถูกตั้งขึ้นหลังจาก
๓ จีพีพี คือ ๓จีพีพี๒
(3GPP2)
ซึ่งเป็นกลุ่มองค์กรเร่งมาตรฐานที่เน้นการศึกษา
และทำให้เกิดมาตรฐานที่รู้จักกันในชื่อ
ซีดีเอ็มเอ ๒๐๐๐ นั่นเอง
๓จีพีพี๒
ประกอบด้วยองค์กรสนับสนุนหลัก คือ เออาร์ไอบี
ซีดับบิวทีเอส ทีไอเอ ทีทีเอ และทีทีซี
กำหนดกลุ่มศึกษาร่วมกันห้ากลุ่มย่อย คือ
ทีเอสจีเอ (TSG-A
interface system: TSG-A)
ศึกษาการเชื่อมต่อระบบ
ทีเอสจีซี
(TSG-Cdma2000: TSG-C) ศึกษาระบบ ซีดีเอ็มเอ
๒๐๐๐
ทีเอสจีเอ็น (TSG-
ANSI-41/ WIN: TSG-N) ศึกษาระบบสำหรับแอนซี ๔๑
ทีเอสจีพี
(TSG-Wireless Packet Data Interworking:
TSG-P)
ศึกษาการเข้ากันได้ในส่วนของสื่อสารข้อมูลไร้สาย
และ
ทีเอสจีเอส
(TSG-Services and Systems Aspects: TSG-S)
ศึกษาในระบบและบริการในฟังก์ชันต่างๆ
ทั้ง๓จีพีพี
และ๓จีพีพี๒ ทำงานประสานกัน
มีการส่งเลขาของแต่ละฝ่ายเข้าร่วมสังเกตการณ์และเข้าร่วมประชุมกันอย่างต่อเนื่อง
เพื่อมาตรฐานที่ถูกกำหนดมามีความถูกต้องและสอดคล้องกัน |