| |
|
|
| |
|
คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโทรศัพท์และโทรเลขระหว่างชาติ
(International Telephone and Telegraph
Consultative Committee:
CCITT)
คณะกรรมที่ปรึกษา ด้านโทรศัพท์ และโทรเลข ระหว่างชาติ
เป็นองค์กรมาตรฐานระหว่างประเทศ
ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๕ (ค.ศ.1982) ตั้งอยู่
ณ นครเจนีวา
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
โดยองค์กรนี้มีหน้าที่ในการจัดทำมาตรฐานต่างๆ
เช่น มาตรฐานโพรโทคอล
มาตรฐานเครือข่ายไอเอสดีเอ็น
(ISDN) เป็นต้น
ซึ่งหน่วยงานที่ดูแลซีซีไอทีที (CCITT)
คือสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศหรือไอทียู
(International Telecommunications
Union: ITU) โดยหน่วยงาน
ซีซีไอทีทีภายหลังได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ITU-T
และอยู่ภายใต้การดูแลของไอทียู
เอ็นทีที (Nippon
Telephone & Telegraph: NTT)
บริษัทเอกชนในประเทศญี่ปุ่นก่อตั้งเมื่อวันที่
๑ เมษายน ปีพ.ศ.๒๕๒๘ (ค.ศ.1985)
ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการให้บริการ
ทางด้านการสื่อสาร
เช่น
การให้บริการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
เทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยุคที่สาม (3G)
รวมทั้งทำการศึกษา ค้นคว้า และวิจัย
เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การส่งถ่ายข้อมูลด้วยการสัมผัส เป็นต้น
โดยแบ่งการทำงานออกเป็นบริษัทย่อย
ซึ่งแต่ละบริษัทจะมีหน้าที่การให้
บริการที่แตกต่างกัน เช่น บริษัท
NTTDoCoMo
ดูแลเรื่องการให้บริการการสื่อสารไร้สาย
เป็นต้น
บิตต่อวินาที (Bit
Per Second: bps)
หน่วยวัดอัตราการส่งข้อมูล
วัดได้จากจำนวนบิตที่สามารถรับส่งข้อมูลภายในหนึ่งวินาที
เรียกว่า บิตต่อวินาที
หากมีการส่งจำนวนบิตมากขึ้นในเวลา
ดังกล่าว
ความเร็วในการส่งข้อมูลจะสูงขึ้นตามไปด้วย
โครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลแบบแคบ (Narrowband
ISDN: N-ISDN)
โครงข่ายที่รวมการให้บริการทั้งหมดในรูปแบบของดิจิทัล
โดยมีการรับส่งข้อมูลได้เพียงช่องทางเดียว
ในหนึ่งช่องสัญญาณการสื่อสารมีอัตราการรับ
ส่งข้อมูล ๖๔ เมกะบิตต่อวินาที (Mbps)
โครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลแบบบรอดแบนด์
(Broadband ISDN: B-ISDN)
เครือข่ายที่พัฒนา มาจากเครือข่าย N-
ISDN ซึ่งมีการรับส่งข้อมูลด้วยอัตราสูง
(มากกว่า ๒ เมกะบิตต่อวินาที)
โดยในหนึ่งช่องสัญญาณการสื่อสาร
สามารถรับส่งข้อมูลได้หลายช่องทาง
เหมาะสำหรับการรับส่งข้อมูลที่ต้องใช้ความเร็วสูง
เช่น สัญญาณวีดีโอ เป็นต้น
แบนด์วิดท์
(Bandwidth)
ความจุของช่องทางการสื่อสารที่สามารถรับส่งข้อมูลภายในช่วงเวลาหนึ่งได้
โดยทั่วไปมีหน่วยวัดเป็นรอบต่อวินาทีหรือเฮิรตซ์(bps
หรือ Hz)
สถาปัตยกรรมโอเอสไอ (OSI
Model)
OSI Model
เป็นสถาปัตยกรรมโพรโทคอลที่แบ่งการทำงานออกเป็นชั้นการทำงาน(Layer)เจ็ดชั้น
ได้แก่ ชั้นกายภาพ(Physical)
ชั้นเชื่อมโยงข้อมูล
(Datalink) ชั้นเครือข่าย (Network) ชั้นรับส่งข้อมูล (Transport) ชั้นควบคุมระดับ (Session) ชั้นนำเสนอ(Presentation) และชั้นการใช้งาน
(Application)
โดยแต่ละชั้นมีหน้าที่ควบคุมการทำงานที่แตกต่างกัน
อุปกรณ์แปลงสัญญาณ (Terminal
Adapter: TA)
อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อ
ระหว่างอุปกรณ์อื่นที่ไม่สามารถติดต่อกับโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
(ISDN) ได้โดยตรง หรือตรงกันข้ามเพื่อ
ใช้สำหรับอุปกรณ์ ISDN
ให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้
โดยทำหน้าที่ในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบข่าวสารให้สามารถสื่อสารกันได้
|
๒.บทคัดย่อ
up
|
|
การสื่อสารข้อมูลช่วงยุคเริ่มต้นนั้นเป็นเพียงการรับส่งข้อมูลด้วยสัญญาณเสียงหรือช่องสัญญาณแอนะล็อก
แต่เนื่องจากมีข้อจำกัดทางด้านอัตราการส่งข้อมูลที่ต่ำ
ดังนั้น จึงได้มีแนวคิดในการให้บริการ โครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลขึ้น ซึ่งเป็นการรวมการให้บริการ
การรับส่งข้อมูลประเภท ภาพ
เสียง วีดีโอ และข้อมูลต่างๆ
ไว้ในโครงข่ายเดียวกันในรูปแบบของระบบดิจิทัล
โดยภายในหนึ่งคู่สายของโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลสามารถส่งข้อมูลได้หลายช่องทาง
จากนั้นจึงมีการพัฒนาในรูปแบบของโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลแบบบรอดแบนด์
ซึ่งมีอัตราการรับส่งข้อมูลที่เร็วขึ้นเพื่อรองรับการส่งข้อมูลที่มีอัตราสูงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ซึ่งนอกจากการใช้ประโยชน์โครงข่าย
ในการสื่อสารด้านโทรศัพท์หรือเสียงแล้ว
ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานทางข้อมูลด้านต่างๆ ได้ เช่น เพื่องานด้านความปลอดภัย
สำหรับการบันเทิงและระบบศูนย์ข้อมูลทางไกล
เป็นต้น |
Abstract
up
|
|
Basically, the Integrated Services Digital
Network (ISDN) is known as a developed
technology from Integrated Services Digital
Network (IDN) and it is comprised of digital
telephony and data-transport services
offered by regional telephone service
providers. ISDN involves the digitization of
the telephone network, which allows voice,
data, text, graphics, music, video, and
other related information to be transmitted
over existing telephone network. The
emergence of this ISDN represents an effort
to not only standardize subscriber services
but also user/network interfaces and network
and internet work capabilities. Generally,
its applications, for instance, include
high-speed image services, additional
telephone lines, high-speed file transfer,
security applications, and
videoconferencing. |
๓.บทนำ (Introduction) up
|
|
โครงข่ายการสื่อสารที่มีการส่งข้อมูลผ่านสายยุคเริ่มแรกจะส่งผ่านช่องสัญญาณความถี่เสียงหรือโครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐาน
เนื่องจากสื่อกลางหรือสายที่ใช้สำหรับการรับส่งข้อมูลสามารถรับส่งข้อมูลได้เพียงช่องสัญญาณเดียว
และความกว้างของช่องสัญญาณที่ใช้ในการรับส่งข้อมูลมีความสามารถในการรองรับข้อมูลได้เพียง
๔ กิโลเฮิรตซ์ (kHz) โดยประมาณ
(ตามขนาดของช่วงความถี่เสียง)
รวมทั้งเป็นการส่งข้อมูลในระบบแอนะล็อก
(Analog) ซึ่งระบบนี้มีข้อด้อยด้านประสิทธิภาพ
ความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลข่าวสาร
ประกอบกับความจุ
ของช่องสัญญาณในการส่งข้อมูลต่ำ
ทั้งนี้การรับส่งข้อมูล
ผ่านทางช่องสัญญาณแอนะล็อกนั้น
จะมีการจองช่องสัญญาณที่จะใช้รับส่งข้อมูล
หากต้องการใช้ช่องสัญญาณดังกล่าวจะต้องยกเลิกการใช้ช่องสัญญาณที่มีการใช้อยู่เดิมเสียก่อน
จึงจะใช้ช่องสัญญาณนั้นได้
เช่น วงจรคู่สายโทรศัพท์ หากมีการจองการใช้งานอยู่ ผู้ใช้รายอื่น จะไม่สามารถเข้าใช้ช่องวงจร
คู่สายนั้นได้
หรือไม่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตร่วมกับการใช้วงจรโทรศัพท์ได้ในเวลาเดียวกัน
จะต้องรอให้มีการยกเลิกการใช้วงจรโทรศัพท์นั้นเสียก่อนจึงจะสามารถใช้โทรศัพท์เครื่องที่สองหรือสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
สิ่งนี้ทำให้เกิดอุปสรรคทางการสื่อสารขึ้น
ดังนั้นจึงเกิดการพัฒนาระบบโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลตามมา
ซึ่งโครงข่ายนี้ทำให้ขีดความสามารถในด้านการสื่อสารมีมากขึ้น
ด้วยการใช้งานที่สามารถส่งผ่านข้อมูลทางเสียงและทางด้านข้อมูลได้พร้อมกันตามความเหมาะสม
อีกทั้ง
ยังไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเครือข่ายที่ใช้งานอยู่เดิม
ทำให้การพัฒนาจากโครงข่ายแบบส่งผ่านช่องสัญญาณความถี่เสียงมาเป็นโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลทำได้ทันที
๓.๑
ความหมาย
โครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล (Integrated
Services Digital Network: ISDN)
เป็นโครงข่ายที่พัฒนามาจากโครงข่ายดิจิทัลหรือ
ไอดีเอ็น (Integrate Digital Network: IDN)
หมายถึง การรวมการให้บริการข้อมูลต่างๆ เช่น
เสียง ภาพ และข้อมูลทางด้านต่างๆ
เข้าไว้ด้วยกันในรูปแบบของสัญญาณดิจิทัล
(Digital Signaling)
๓.๒
ประวัติโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
แนวคิดโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลเริ่มต้นขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี
พ.ศ.๒๕๒๕(ค.ศ.1982)โดยบทความของคิตาฮาร่า(Y.Kitahara)ในหัวข้อ
ระบบเครือข่ายข่าวสาร: โครงสร้างพื้นฐาน
สำหรับสังคมข่าวสารยุคใหม่ (Information
Network System: Infrastructure for an
Advanced Information Society)
ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารของประเทศญี่ปุ่นJapan
Telecom Reviewฉบับที่สอง ปี
พ.ศ.๒๕๒๕(ค.ศ.1982) [๑] หัวข้อ Information
Network System: Infrastructure for an
Advanced Information Society
ซึ่งต่อมาในปีพ.ศ.๒๕๒๗ (ค.ศ.1984)
ได้มีการเริ่มให้บริการโครงข่าย
การสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
ที่โตเกียว-มิตากะ จากนั้นในปี
พ.ศ.๒๕๒๙(ค.ศ.1986)
หน่วยงานคณะกรรมการที่ปรึกษา
ด้านโทรเลขและโทรศัพท์หรือ CCITT
มีการร่างข้อแนะนำเกี่ยวกับโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลขึ้นเป็นครั้งแรกโดยร่วมมือกับบริษัท
NTT รวมทั้งนำระบบเครือข่ายข้อมูลข่าวสาร (
Information
Network System : INS
) มาช่วยทำให้เกิดการให้บริการโครงข่าย
การสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล อย่างเต็มรูปแบบ หน้าที่หรือฟังก์ชันการทำงานของโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลจึงถูกกำหนดโดยองค์กร
CCITT
สำหรับประเทศไทยองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย
(ภายหลังเปลี่ยนเป็นบริษัท ทีโอที จำกัด
(มหาชน))
ได้เริ่มการใช้โครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลในปี
พ.ศ.๒๕๓๖(ค.ศ.1993) [๒]
และเริ่มให้บริการโครงข่าย
โครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลแบบบรอดแบนด์
เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๕๔๕(ค.ศ.2002) [๓]
๓.๓
ประเภทของโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
ประเภทของโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลได้พัฒนาและเปลี่ยนแปลงตามยุคของเทคโนโลยี
โดยแบ่งออกเป็นสองประเภทได้แก่ B-ISDN และ
N-ISDN ซึ่งโครงข่ายทั้งสอง แตกต่างกันดังนี้
[๔]
๓.๓.๑.
โครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลช่วงความถี่แบบแคบ
(Narrowband ISDN: N-ISDN)
เป็นลักษณะของช่องสัญญาณที่มีการส่งสัญญาณได้เพียงช่องทางเดียว
ภายในช่องสัญญาณจะมีการส่งข้อมูลด้วยอัตราเร็ว
๖๔ เมกะบิตต่อวินาที (Mbps)
โดยแบ่งการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการออกเป็นสองประเภท
ได้แก่
ก) การให้บริการแบบบีเอไอ (Basic Access
Interface หรือ Basic Rate Interface: BAI)
เป็นการให้บริการที่สามารถรับส่งข้อมูลได้สองช่องทาง
โดยที่มีหนึ่งช่องทางสำหรับสื่อสัญญาณควบคุมสายโทรศัพท์ธรรมดา
เช่น ใน ๑
คู่สายโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลติดตั้งโทรศัพท์ไว้สองเครื่อง
เมื่อมีการใช้โทรศัพท์
เครื่องที่หนึ่ง จะสามารถรับ
หรือโทรออกจากโทรศัพท์เครื่องที่สองได้
ในเวลาเดียวกัน
หรืออาจมีการต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ เข้ากับ
อินเทอร์เน็ตขณะเดียวกัน
ก็สามารถใช้งานโทรศัพท์ไปพร้อมกัน
บนคู่สายโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
(ใช้ช่องสัญญาณร่วมกัน) ดังแสดงในรูปที่ ๓.๑
และรูปที่ ๓.๒
|


รูปที่ ๓.๑
รูปแบบพื้นฐานการให้บริการแบบ BAI
ด้วยโทรศัพท์ระบบแอนะล็อก
|
|


รูปที่ ๓.๒
รูปแบบพื้นฐานการให้บริการแบบ
BAI
ด้วยโทรศัพท์ระบบดิจิทัล
|
บริการแบบ BAI
เหมาะสำหรับผู้ใช้บริการตามบ้านพักอาศัยหรือธุรกิจที่ใช้อุปกรณ์สื่อสารติดต่อกับบุคคลภายนอกจำนวนไม่มากนัก
โดยทั่วไปมีอัตราการส่งข้อมูลประมาณ ๑๙๒
กิโลบิตต่อวินาที (kbps) [๕]
ข) การให้บริการแบบพีอาร์ไอ(Primary Rate
Interface: PRI)
ลักษณะของคู่สายจะแบ่งออกเป็นเส้นใยนำแสง
และสายทองแดง (การให้บริการแบบสายทองแดงจะให้บริการเมื่อผู้ใช้บริการที่ไม่อยู่ในแนวเส้นทางของเส้นใยนำแสง)โดยการบริการแบบ
PRI
นี้จะมีช่องสัญญาณสำหรับการรับส่งข้อมูลเพิ่มขึ้นเป็นสามสิบช่องสัญญาณภายใน
๑ คู่สาย โครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล(โดยแต่ละช่องมีความเร็วช่องละ
๖๔ กิโลบิตต่อวินาที)
และหนึ่งช่องสัญญาณสำหรับการเชื่อมต่อด้วยคู่เส้นใยนำแสงหรือคู่สายโคแอก
[๓] สำหรับประเทศไทยมีการให้บริการแบบ PRIโดยใช้เคเบิลเส้นใยนำแสงเชื่อมต่อระหว่างโครงข่ายไปยังอุปกรณ์ปลายทาง
[๓] ดังแสดงในรูปที่ ๓.๓
|


รูปที่ ๓.๓
แสดงการให้บริการแบบ PRI
|
บริการแบบ PRI เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่
สถาบัน องค์กรหรือหน่วยงานราชการ เป็นต้น
โดยทั่วไปมีอัตราการส่งข้อมูลประมาณ ๑.๕๔๔
เมกะบิตต่อวินาที [๕]
๓.๓.๒.
โครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลแบบบรอดแบนด์
(Broadband ISDN: B-ISDN)
เป็นโครงข่ายที่พัฒนามาจาก N-ISDN
ซึ่งโครงข่ายแบบ N-ISDN
มีอัตราการส่งข้อมูลที่ไม่เพียงพอสำหรับการประยุกต์ใช้งานที่มีปริมาณการส่งข้อมูลสูง
เนื่องจากมีแถบความถี่ที่จำกัด
ทำให้การรับส่งข้อมูลบางชนิด เช่น
โทรทัศน์ระบบความคมชัดสูง (HDTV)
รวมทั้งการสื่อสารแบบมัลติมีเดีย
เกิดความไม่สะดวกและล่าช้าขึ้น
จึงได้มีการนำเทคโนโลยีทางด้านสื่อประสมเอทีเอ็ม
(Asynchronous Transfer Mode: ATM)
มาใช้ในโครงข่ายประเภทนี้เพื่อรองรับการให้บริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
การติดต่อที่สะดวกรวดเร็วรวมทั้งมีระบบที่สามารถโต้ตอบได้ทันที(Interactive
System)[๓]
โดยมีอัตราเร็วการส่งข้อมูลที่มากกว่า ๒
เมกะบิตต่อวินาที การให้บริการประเภท B-ISDN
ได้เริ่มให้บริการในปี ค.ศ.1988(พ.ศ.๒๕๓๑)ที่โตเกียว
นาโกย่าและโอซากา ประเทศญี่ปุ่น
ต่อมามีการพัฒนารูปแบบโครงของ B-ISDN ในปี
ค.ศ.1990(พ.ศ.๒๕๓๓)
เพื่อการเชื่อมต่อโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลระหว่างประเทศเยอรมันและฝรั่งเศส
ส่วนการให้บริการ B-ISDN
ในประเทศไทยนั้นได้เปิดให้บริการเมื่อวันที่
๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๕ [๒] |
๔.หลักการทำงานของโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
up
|
|
การทำงานของการให้บริการของโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลเป็นการเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้บริการเข้ากับโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
ซึ่งกระบวนการทำงาน
การส่งข้อมูลไปยังเครือข่าย
จะขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ต่าง ๆ
โดยอุปกรณ์ดิจิทัลบางชนิด
เช่น โทรศัพท์ดิจิทัล
จะสามารถติดต่อกับ
โครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลได้โดยตรง
เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้มีมาตรฐานและใช้โพรโทคอล
เดียวกันกับโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
จึงทำให้สามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายได้โดยตรง
ส่วนอุปกรณ์ประเภทอื่นๆอีกหลายอย่าง เช่น
โทรศัพท์แบบธรรมดา
หรือคอมพิวเตอร์ที่ไม่สามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลได้โดยตรง
ดังนั้นอุปกรณ์เหล่านี้จึงต้องการฮาร์ดแวร์(Hardware)
หรือ ซอฟต์แวร์(Software)
เพื่อเป็นตัวกลางในการปรับเปลี่ยนให้อุปกรณ์เหล่านั้น
สามารถทำงานร่วมกับ
โครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลได้
จึงได้มีการกำหนดรูปแบบมาตรฐานโพรโทคอล
ขึ้น ได้แก่ รูปแบบของแบบจำลองโอเอสไอ (OSI)
เพื่อใช้เป็นมาตรฐานให้อุปกรณ์สามารถติดต่อสื่อสารร่วมกันได้
ซึ่งผู้ใช้บริการแต่ละรายนั้นมีการเลือกใช้อุปกรณ์ที่แตกต่างกัน
จึงได้มีการแยกกลุ่มโดยแบ่งการใช้งานของผู้ใช้เพื่อให้อยู่ในกลุ่มมาตรฐานเดียวกัน
จากความแตกต่างทางด้านต่างๆ
ข้างต้นการจัดกลุ่มเพื่อให้อุปกรณ์ต่างๆ
สามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลนี้แบ่งออกเป็นสามส่วน
ได้แก่ เครือข่ายปลายทาง (Network Terminal :
NT)อุปกรณ์ปลายทาง(Terminal Equipment : TE)และอุปกรณ์แปลงสัญญาณ(Terminal
Adapter:TA) ดังแสดงรายละเอียดในรูปที่ ๓.๔
|


รูปที่ ๓.๔
พื้นฐานการแบ่งกลุ่มอุปกรณ์เพื่อการทำงานเชื่อมต่อ
กับโครงข่าย ISDN
|
๔.๑ อุปกรณ์ปลายทาง (Terminal Equipment: TE)
อุปกรณ์ปลายทางแบ่งออกเป็นสองประเภท
ได้แก่
ก) อุปกรณ์ปลายทาง TE1 (Terminal
Equipment 1) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ส่งข้อมูลที่สามารถติดต่อกับ
โครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลได้โดยตรงเช่น
โทรศัพท์ดิจิทัล
โทรสารหรือเครื่องโทรสารดิจิทัล
ข) อุปกรณ์ปลายทาง TE2 (Terminal
Equipment 2) เช่น
โทรศัพท์และเครื่องโทรสารทั่วไป เป็นต้น
โดยอุปกรณ์เหล่านี้ไม่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลได้โดยตรง
ต้องใช้อุปกรณ์แปลงสัญญาณ (TA)
เพื่อปรับสัญญาณให้อยู่ในรูปแบบเดียวกับสัญญาณที่ใช้ในโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลได้
๔.๒ เครือข่ายปลายทาง (Network
Terminations: NT)
แบ่งออกเป็นสองประเภทได้แก่
ก) เครื่องปลายทาง NT1
เป็นส่วนที่ติดต่อกันระหว่างผู้ใช้บริการ กับโครงข่ายการสื่อสาร
ร่วมระบบดิจิทัลโดยจะทำหน้าที่ในการแปลงสัญญาณจาก
คู่สายเข้าสู่โครงสร้างของช่องสัญญาณ
ซึ่งสายสัญญาณเป็นสายธรรมดา ๑
คู่สายสัญญาณเพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลโดยการทำงานจะใช้มาตรฐานโพรโทคอล
ของ OSI ในชั้นกายภาพของการสื่อสาร(Physical
Layer)
ข) เครื่องปลายทาง NT2
เหมาะสำหรับการเชื่อมต่อขององค์กรธุรกิจใหญ่ๆ
ซึ่งมีความสามารถในการเชื่อมต่อโครงข่าย ISDN
ได้มากขึ้น ตัวอย่างของอุปกรณ์ NT2 เช่น
ตู้สาขาอัตโนมัติ(Private Branch exchange:
PBX) โดยการทำงานจะใช้มาตรฐานโพรโทคอล ของ OSI
ในชั้น ๑ ๒ และ ๓
๔.๓ อุปกรณ์แปลงสัญญาณ (Terminal
Adapter: TA)
อุปกรณ์แปลงสัญญาณ
เป็นอุปกรณ์ที่ทำการแปลงให้อุปกรณ์ที่ไม่สามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลได้โดยตรง
ให้สามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลได้
เช่นทำหน้าที่ในการแปลงโพรโทคอลที่แตกต่างกันให้เป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อการเชื่อมต่อกันเป็นต้น
|
|
|
๕.การประยุกต์การใช้งาน
up
|
|
โครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานได้หลากหลายบนโครงข่ายโครงสร้างเดิมของระบบโทรศัพท์เป็นส่วนใหญ่สำหรับในประเทศไทยได้มีการนำโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลมาใช้ในการรับส่งข้อมูล
ในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
ก) ระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ
(Video Conference)
ใช้สำหรับการรับส่งข้อมูลจากสถานที่ต่างๆ
มากกว่าสองแห่งขึ้นไป
โดยเป็นระบบที่รับส่งสัญญาณภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียง
ระบบสามารถทำงานได้ผ่านคู่สายโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลซึ่งรองรับปริมาณข้อมูลที่มีมานี้ได้
โดยเชื่อม ต่อการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ
เข้ากับเครือข่ายปลายทาง
แล้วเชื่อมต่อเข้ากับโครงข่าย การสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
ซึ่งมีทั้งการเชื่อมต่อ แบบ
อุปกรณ์เดียว(BAI)และแบบเป็นเครือข่ายแลน(LAN)หรือแบบ
PRI
รวมทั้งสามารถนำไปใช้งานทางด้านการให้บริการการแพทย์ทางไกล
(Tele-medicine)
และการให้บริการการเรียนการสอนผ่านทางไกล
(Tele-learning) ได้ด้วย [๓]
ข)
การให้บริการประเภทวีดีทัศน์ตามประสงค์ (Video
on Demand)
หรือการให้บริการเคเบิลทีวีบอกรับสมาชิก
โดยในการให้บริการผู้ให้บริการจะทำการบีบอัดสัญญาณภาพหรือวีดีโอแล้วแพร่กระจายไปให้ผู้ใช้บริการที่เชื่อมต่อเข้ากับการให้บริการผ่านโครงข่ายการสื่อสารร่วมนี้
[๓]
ค)
การให้บริการการเชื่อมต่อร่วมสำหรับภาคธุรกิจ
(Integrated Access for Business Customer)
โดยการให้บริการประเภทนี้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าใช้บริการในโครงข่ายเอทีเอ็ม(ATM)ที่ผู้ใช้บริการนั้นมีส่วนร่วมในการเชื่อมต่อเข้ากับบริการในรูปแบบต่างๆ
ได้บนพื้นฐานของโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
[๓]
ง)
การให้บริการโทรศัพท์ผ่านคู่สายโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลการให้บริการทางด้านโทรศัพท์ผ่านโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลจะช่วยให้การรับส่งข้อมูล มีอัตราเร็วขึ้น เนื่องจากภายใน ๑
คู่สายโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล สามารถรับส่งข้อมูล ได้ถึงสองช่องสัญญาณสื่อสาร
ดังนั้นจึงสามารถใช้เครื่องโทรศัพท์ได้สองเครื่องในเวลาเดียวกัน
[๒]
จ)
อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงพร้อมโทรศัพท์
โครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลสามารถต่ออินเทอร์เน็ตด้วยความเร็ว
๖๔๑๒๘ กิโลบิตต่อวินาที โดยต่อโครงข่าย
การสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
เข้ากับโมเด็มแบบดิจิทัล
และต่อเข้าคอมพิวเตอร์ จากนั้นติดต่อกับบริษัท
ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต(Internet Services
Provider: ISP)
เพื่อขอเปิดใช้บริการอินเทอร์เน็ต [๒]
ฉ) อินเทอร์เน็ตในองค์กร (Corporate
Internet) หรือ อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ (Internet
Cafe)
เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้กับหน่วยธุรกิจขนาดใหญ่
หน่วยงาน
ที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และสำหรับการต่ออินเทอร์เน็ต ในรูปแบบของแลน(LAN)
สามารถที่จะนำโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลไปใช้สนับสนุนบริการดังกล่าวได้
[๒]
ช) ระบบเก็บรักษาข้อมูลสำรอง (Back up)
สำหรับด้านบุคคลหรือธุรกิจ
การทำการเก็บรักษาข้อมูลสำรองเหมาะสำหรับองค์กรหรือหน่วยธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีปริมาณข้อมูลมาก
และตั้งอยู่ต่างสถานที่กัน
สามารถทำได้โดยการใช้สายเช่าเฉพาะ (Leased
Line) หรือเฟรมรีเลย์ (Frame Relay)
เป็นเส้นทางสำรองสำหรับรองรับเส้นทางหลักโดยผ่านอุปกรณ์เก็บรักษาข้อมูลสำรองโครงการการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
[๒]
ซ) การรักษาความปลอดภัยทางไกล
สำหรับหน่วยงานที่ต้องการติดตั้งระบบการรักษาความปลอดภัย
สามารถติดตั้งระบบผ่านทางคู่สายโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลได้โดยนำมาเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตรวจสอบความปลอดภัย(Video
Surveillance) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่รับส่ง
สัญญาณภาพ เสียง และสัญญาณเตือนภัย
ทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อเข้ากับโมเด็ม
(Modem)
แล้วเชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลต่อไปได้
[๒]
นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์การใช้งานทางด้านบริการการรับส่งข้อมูลที่มีความเร็วสูงและบริการประเภทต่าง
ๆ เช่น ศูนย์ข้อมูลทางโทรศัพท์ (Call Center)
และตู้สาขาอัตโนมัติได้ด้วย [๒] |
๖.จดหมายเหตุ
up
|
|
ประวัติและการให้บริการโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลรวบรวม
และแสดงดังตารางที่ ๖.๑
ตารางที่ ๖.๑ ตารางจดหมายเหตุ
|
ปี
พ.ศ.
(ค.ศ.)
|
ลำดับเหตุการณ์สำคัญ |
|
๒๕๒๕
(1982) |
เกิดแนวคิดโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลในประเทศญี่ปุ่น
โดยเริ่มต้นมาจากบทความของคิตาฮาร่าในหัวข้อ
ระบบเครือข่ายข่าวสาร:
โครงสร้างพื้นฐานสำหรับสังคมข่าวสารยุคใหม่
(Information Network System:
Infrastructure for an Advanced
Information Society)
|
|
๒๕๒๗
(1984)
|
เริ่มให้บริการโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลที่โตเกียว
มิตากะ ประเทศญี่ปุ่น |
|
๒๕๒๙
(1986)
|
มีการให้บริการโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลแบบเต็มรูปแบบโดยเป็นความร่วมมือ
ของคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโทรเลขและโทรศัพท์
(CCITT)
กับบริษัทเอ็นทีที (NTT)
ของประเทศญี่ปุ่น
|
|
๒๕๓๖
(1993) |
ประเทศไทยเริ่มมีการใช้บริการโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลเป็นครั้งแรกโดยองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย
(ภายหลังเปลี่ยนเป็นบริษัท ทีโอที
จำกัด (มหาชน)
|
|
๒๕๔๕
(2002) |
ประเทศไทยมีการให้บริการโครงข่ายในรูปแบบโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลแบบบรอดแบนด์
โดยบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
|
|
|
|
๗.บรรณานุกรม
up
|
|
[๑] Anton A. Huurdeman, The WorldWide
History of Telecommunications, John Wiley &
Sons, New Jersey, 2003
[๒]
ประเทศไทย, บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน),
บริการสื่อสารข้อมูล, ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
<
http://www.tot.co.th >
[๓] ISDN
โครงข่ายดิจิทัล
เทคโนโลยีสื่อสารที่ไร้ขีดจำกัด,
รายงานประจำปี ๒๕๔๓ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน),
๒๕๔๓ หน้า ๕๓
[๔]
บริการรับ-ส่งข้อมูลบนโครงข่าย
ISDN (Integrated Services Digital Network),รายงานประจำปี
๒๕๔๘ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน),
๒๕๔๘, หน้า ๔๒
[๕] Achyut s godbole, Data Communications
And Networks, McGraw-Hill, 2003
|
|
|
| |
|
|
|