|
การสื่อสารในระบบจีเอ็มดีเอสเอสมีการใช้ระบบสื่อสารดาวเทียม(Satellite)และระบบสื่อสารภาคพื้น(Terrestrial)เป็นองค์ประกอบในการสื่อสารดังนี้
๖.๑ ระบบสื่อสารดาวเทียม
(Satellite)
๖.๑.๑ ดาวเทียมอินมาร์แซท (INMARSAT)
ดาวเทียมวงโคจรค้างฟ้า(Geostationary)มีทั้งหมด ๔
ดวง ตั้งชื่อตามมหาสมุทรต่างๆ คือ
มหาสมุทรแอตแลนติกด้านตะวันตก
มหาสมุทรแอตแลนติกด้านตะวันออก
มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก
ที่ความสูงประมาณ ๓๕,๗๐๐ กิโลเมตร
เหนือเส้นศูนย์สูตร ดังรูปที่ ๖.๑ ใช้ความถี่
๑.๕ และ๑.๖ กิกะเฮิรตซ์(GHz)
ในการสื่อสารสองทาง(Two-way) ทั้งในรูปแบบของ
โทรพิมพ์ โทรสาร จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูล
และระบบโทรศัพท์
โดยมีสถานีภาคพื้นทำหน้าที่ส่งผ่านข่าวไปยังปลายทางเช่น
อุปกรณ์อินมาร์แซทบี(InmarsatB)
อุปกรณ์อินมาร์แซทซี(Inmarsat c)
และอุปกรณ์อินมาร์แซทเอฟ(Inmarsat F) [๑]
|


รูปที่ ๖.๑
วงโคจรดาวเทียมอินมาแซท(Inmarsat)
|
๖.๑.๒ ดาวเทียมคอสปาสซาร์แซท (COSPAS-SARSAT)
ใช้ในการค้นหาตำแหน่งของเครื่องส่งสัญญาณวิทยุบอกตำบลที่ประสบภัย(Emergency
Position Indicating Radio Beacon) ความถี่
๔๐๖ เมกกะเฮิรตซ์
ส่งสัญญาณเมื่อประสบภัยโดยการใช้ดาวเทียมวงโคจรต่ำ
(Low Earth Orbit)
ผสมผสานกับดาวเทียมค้างฟ้ารับสัญญาณเพื่อคำนวณหาตำแหน่งพื้นที่บนพื้นโลก
[๑]
๖.๒ ระบบสื่อสารภาคพื้นดิน
(Terrestrial)
การสื่อสารภาคพื้นดินได้แบ่งระยะของการสื่อสารออกเป็นสามระดับ
ดังนี้
ก) การสื่อสารระยะไกล
ใช้คลื่นวิทยุในย่านความถี่สูง
เพื่อส่งสัญญาณไปยังสถานีวิทยุบนฝั่งเมื่อประสบภัย
ด้วยเครื่องมือสื่อสารระบบดีเอสซี
เพื่อให้ทราบถึงผู้ที่ประสบภัย ตำบลที่
และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กำหนดให้ใช้ความถี่
๔๒๐๗.๕ / ๖,๓๑๒ / ๘,๔๑๔.๕ / ๑๒,๕๗๗ / ๑๖,๘๐๔.๕
กิโลเฮิรตซ์ [๑] เพื่อรับส่งสัญญาณประสบภัย
รวมถึงระบบวิทยุโทรศัพท์และวิทยุโทรพิมพ์ที่เกี่ยวข้อง
ข) การสื่อสารระยะปานกลาง
โดยใช้คลื่นวิทยุในย่านความถี่ปานกลาง
เพื่อส่งสัญญาณไปยังสถานีวิทยุบนฝั่งเมื่อประสบภัย
ด้วยเครื่องมือสื่อสารระบบดีเอสซี
เพื่อให้ทราบถึงผู้ที่ประสบภัย
ตำบลและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
กำหนดให้ใช้ความถี่ ๒,๑๘๗.๕ กิโลเฮิรตซ์
เพื่อรับส่งสัญญาณประสบภัยรวมถึงระบบวิทยุโทรศัพท์ความถี่
๒,๑๘๒ กิโลเฮิรตซ์
ค) การสื่อสารระยะใกล้
โดยใช้คลื่นวิทยุในย่านความถี่สูงมาก
เพื่อส่งสัญญาณไปยังสถานีวิทยุบนฝั่งเมื่อประสบภัย
ด้วยเครื่องมือสื่อสารระบบดีเอสซี
เพื่อให้ทราบถึงผู้ที่ประสบภัย
ตำบลและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กำหนดให้ใช้ช่อง
๗๐ ความถี่ ๑๕๖.๕๒๕ เมกกะเฮิรตซ์
เพื่อรับส่งสัญญาณประสบภัย
รวมถึงระบบวิทยุโทรศัพท์ช่อง ๑๖ ความถี่
๑๕๖.๘๐ เมกกะเฮิรตซ์ [๑]
อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบการสื่อสารภาคพื้นดิน
ก) เครื่องรับข่าวในระบบโทรพิมพ์
(Navigation Telex: NAVTEX)
เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ เช่น
ข่าวคำเตือนในการเดินเรือ ข่าวอุตุนิยมวิทยา
ข่าวการค้นหาผู้ประสบภัย
หรือข่าวด่วนข่าวฉุกเฉินต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือ
โดยมีรัศมีในการรับข่าวห่างจากฝั่งประมาณ ๒๐๐
- ๔๐๐ ไมล์ทะเล จาก ๑๖ เขตทะเล ทั่วโลก
ดังรูปที่ ๖.๒
|


รูปที่ ๖.๒
ตัวอย่างเครื่องรับข่าวสารในระบบโทรพิมพ์
(NAVTEX)
|
ข) เครื่องส่งสัญญาณตอบสัญญาณเรดาร์ (Search
and Rescue Radar Transponder: SART) ความถี่
๙,๒๐๐ ๙,๕๐๐ เมกกะเฮิรตซ์
ใช้นำทางในการค้นหาผู้รอดชีวิตให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
โดยจะปรากฏสัญญาณในจอเรดาร์เป็นรูป ๑๒ จุด
ในระยะหวังผลไม่เกิน ๑๒ ไมล์ทะเล
ค)
เครื่องส่งข้อมูลของเรือโดยอัตโนมัติ
(Automatic Identification System: AIS)
ส่งข้อมูลระบบวิทยุย่านความถี่สูงด้วยความถี่
๑๖๑.๙๗๕ ถึง ๑๖๒.๐๒๕ เมกกะเฮิรตซ์ ประกอบด้วย
รหัสประจำเรือ ตำบลที่อยู่ เข็ม
ความเร็วของเรือและข้อมูลที่จำเป็นเบื้องต้น
เพื่อให้เรือที่เข้ามาใกล้ได้ทราบข้อมูล
เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ ดังรูปที่ ๖.๓
|


รูปที่ ๖.๓
ตัวอย่างเครื่องรับส่งข้อมูลของเรือโดยอัตโนมัติ
(AIS)
|
ง) อุปกรณ์ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ (Ship
Security Alert System: SSAS)
ใช้ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมอินมาร์แซท
หากเรือถูกยึดครองจากผู้ก่อการร้ายหรือก่อวินาศกรรม
โดยเรือทุกลำ
ต้องติดตั้งอุปกรณ์อยู่ภายในสะพานเดินเรือหรือห้องควบคุมเรือที่อยู่บนดาดฟ้าและจะแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องให้ทราบเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
|