ไอดีเอสแอล
เป็นเทคโนโลยีแรกในตระกูล
ดีเอสแอลที่กำเนิดขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๒๙
มีความเร็วสูงสุดที่ได้สูงกว่าระบบโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลหรือไอเอสดีเอ็น
(Integrated services digital network: ISDN)
เล็กน้อย
โดยมีอัตราความเร็วสูงสุดทั้งรับและส่งข้อมูล
๑๔๔
กิโลบิตต่อวินาทีเมื่อใช้สายนำสัญญาณทองแดงที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง
๐.๕๑๑ มิลลิเมตร หรือสายทองแดงขนาดเบอร์ ๒๔
หรือ ๒๔ เกจ (gauge) ที่ระยะทาง ๔.๕ กิโลเมตร
อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ไม่สามารถส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์และข้อมูลเสียงพูดได้พร้อม
ๆ กัน
ดังนั้นเมื่อใช้ไอดีเอสแอลในการส่งข้อมูลจะไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้
๕.๒ เอชดีเอสแอล (High
Bite-rate Digital Subscriber Line: HDSL)
[๒]
เทคโนโลยีที่มีจุดเด่นอยู่ที่มีลักษณะในการทำงานเป็นแบบการสื่อสารสองทางในเวลาเดียวกัน(Full
duplex)
มีอัตราเร็วในการส่งและรับข้อมูลเท่ากัน
โดยมีอัตราการถ่ายโอนข้อมูล ๑.๕๔๔
เมกกะบิตต่อวินาที
เมื่อใช้สายนำสัญญาณที่ทำด้วยทองแดงจำนวน ๑
คู่สาย
และสามารถทำอัตราการถ่ายโอนข้อมูลได้ถึง ๒.๐
เมกกะบิตต่อวินาทีเมื่อใช้สายทองแดงจำนวน ๒
คู่สาย
เอชดีเอสแอลสามารถส่งข้อมูลออกไปได้เป็นระยะทางถึง
๓.๖
กิโลเมตรเมื่อใช้สายนำสัญญาณทองแดงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด
๐.๕๑๑ มิลลิเมตร หรือสายทองแดงขนาดเบอร์ ๒๔
หรือ ๒๔ เกจ
๕.๓ เอดีเอสแอล
(Asymmetric Digital Subscriber Line: ADSL)
เอดีเอสแอลเป็นเทคโนโลยีที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายสำหรับการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแก่ผู้ใช้ตามบ้านพักอาศัย
โดยเอดีเอสแอลใช้เทคนิคการมอดูเลชันในโมเด็มแบบดีเอ็มที(DMT) และแบบซีเอพี(CAP) ร่วมกันโดยแบ่งแถบความถี่
(Bandwidth) ออกเป็น ๒๕๖ บิน (Bin)
แต่ละบินมีความกว้างแถบความถี่ ๔.๓๑๒๕
กิโลเฮิรตซ์ แยกออกเป็นทั้งหมดสามส่วน คือ
ส่วนแรกอยู่ในช่วงความถี่ ศูนย์ถึง ๔
กิโลเฮิรตซ์
สำหรับใช้ส่งข้อมูลสัญญาณเสียงพูดของโทรศัพท์พื้นฐานผ่าน
ส่วนที่สองอยู่ในช่วงความถี่ ๒๕.๘๗๕๑๓๘
กิโลเฮิรตซ์ใช้สำหรับการส่งข้อมูลขาขึ้นไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
และส่วนที่สามอยู่ในช่วงความถี่ ๑๓๘๑,๑๐๔
กิโลเฮิรตซ์
สำหรับการรับข้อมูลขาลงจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
การแบ่งความถี่ออกเป็นสามส่วนดังกล่าวนี้มีข้อดีคือ
สามารถใช้โทรศัพท์พร้อมกับการรับส่งข้อมูลได้พร้อมกัน
ระยะทางในการให้บริการของเทคโนโลยีเอดีเอสแอลประมาณ
๕ กิโลเมตรโดยใช้คู่สายโทรศัพท์เพียง ๑ คู่สาย
[๓]
เอดีเอสแอลมีด้วยกันหลากหลายมาตรฐานดังนี้
ก) มาตรฐาน ANSI T1.413
Category I มาตรฐานนี้มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา
มีการใช้เทคนิคการแก้ไขความผิดพลาด (Error
Correction) โดยใช้อัลกอลิทึมลีดโซโลมอน (Reed
Solomon) ทำให้มีอัตราการรับข้อมูลขาลง ๖.๑๔๔
เมกกะบิตต่อวินาที และอัตราการส่งข้อมูลขาขึ้น
๖๔๐ กิโลบิตต่อวินาที
ข) มาตรฐาน ANSI T1.413
Category II มาตรฐานนี้ ใช้หลักการเดียวกันกับ Category I
แต่ใช้เทคนิคแก้ไขความผิดพลาด ของข้อมูล
โดยใช้อัลกอลิทึมที่เรียกว่าเทรลลิส (Trellis
code) ในแต่ละบิน ทำให้มีอัตราการรับข้อมูลขาลง
๘ เมกกะบิตต่อวินาที
และมีอัตราการส่งข้อมูลขาขึ้น ๑
เมกกะบิตต่อวินาที
ค) มาตรฐาน ITU G.992.1 (G.DMT)
มาตรฐานนี้ใช้เทคนิคแก้ไขความผิดพลาดของข้อมูล
โดยใช้อัลกอลิทึมที่เรียกว่าเทรลลิส (Trellis
code)
แต่มีการใช้จำนวนบิตในส่วนที่เพิ่มในการแก้ไขความผิดพลาดที่น้อยกว่า
ทำให้มีอัตราการรับข้อมูลขาลง ๑๒
เมกกะบิตต่อวินาที
และมีอัตราการส่งข้อมูลขาขึ้น ๑.๓
เมกกะบิตต่อวินาที
ง) มาตรฐาน ITU G.992.2 (G.Lite)
มาตรฐานนี้เป็นการทำให้สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องใช้ตัวแยกสัญญาณ
(Splitter)
ด้วยการใช้ช่วงแถบความถี่ที่น้อยลงเพื่อให้สัญญาณความถี่สูงที่เกิดจากการยกหูหรือวางหูโทรศัพท์ที่มีการเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงของสัญญาณจาก
-48 โวลต์เป็น ศูนย์
โวลต์นั้นไม่มีผลต่อการรบกวนการรับหรือส่งข้อมูล
โดยใช้ความถี่ในช่วง ๒๐ ๑๖๐
กิโลเฮิรตซ์ในการส่งข้อมูลขาขึ้น
และใช้ความถี่ในช่วง ๒๔๐ ๔๒๐
กิโลเฮิรตซ์ในการรับข้อมูลขาลง
โดยอัตราการรับข้อมูลขาลงเท่ากับ ๑.๕
เมกกะบิตต่อวินาที
และมีอัตราส่งข้อมูลขาขึ้นเท่ากับ ๕๑๒
กิโลบิตต่อวินาที
๕.๔ เอดีเอสแอล ๒
(ADSL2)
มาตรฐานที่พัฒนามาจาก
เอดีเอสแอลโดยใช้ความถี่ในช่วงเดียวกัน
โดยมีอัตราในการถ่ายโอนข้อมูลเพิ่มขึ้น
คือมีอัตราการรับข้อมูลขาลง ๑๒
เมกกะบิตต่อวินาที
และมีอัตราการส่งข้อมูลขาขึ้น ๓.๕
เมกกะบิตต่อวินาที
๕.๕ เอดีเอสแอล ๒+
(Asymmetric Digital Subscriber Line two
plus: ADSL2+)
เทคนิคที่เพิ่มความกว้างแถบความถี่ขึ้นเป็นสองเท่าของความกว้างแถบความถี่เดิมคือ
๑.๑ เมกกะเฮิรตซ์ เป็น ๒.๒ เมกกะเฮิรตซ์
โดยใช้เทคนิคเดียวกับเอดีเอสแอล ๒
ทำให้มีอัตราการรับข้อมูลเพิ่มสูงขึ้นถึง ๒๔
เมกกะบิตต่อวินาที ตามมาตรฐาน ITU G.992.5
และมาตรฐานอื่นดังนี้
ก) มาตรฐาน ITU G.992.5
Annex L
เป็นมาตรฐานที่กำหนดให้สามารถให้บริการได้เป็นระยะทางถึง
๗ กิโลเมตร
จากเอดีเอสแอลเดิมซึ่งให้บริการได้ในระยะทาง ๕
กิโลเมตร
ข) มาตรฐาน ITU G.992.5
Annex M
เป็นการขยายความถี่ในช่วงของการส่งข้อมูลขาขึ้นจาก
๒๕.๘๗๕ ๑๓๘ กิโลเฮิรตซ์ เป็น ๒๕.๘๗๕ ๒๗๖
กิโลเฮิรตซ์
๕.๖
อาร์เอดีเอสแอล (Rate Adaptive Digital
Subscriber Line: RADSL) [๒]
โมเด็มชนิดนี้เป็นการปรับปรุงจากเทคโนโลยี
เอดีเอสแอล โดยมีลักษณะที่แตกต่าง คือ
การพยายามรักษาอัตราเร็วในการรับข้อมูลขาลงไว้ให้คงที่
ส่วนความเร็วในการส่งข้อมูลขาขึ้น
จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของสัญญาณและระยะทางของคู่สาย
โดยถ้าคุณภาพของสัญญาณดีและระยะทางสายสั้นจะทำให้มีความเร็วในการส่งข้อมูลขาขึ้นสูง
แต่ถ้าปริมาณของสัญญาณรบกวนมีมาก
มีการลดทอนของสัญญาณสูงหรือมีระยะทางสายที่ไกลมาก
ความเร็วในการส่งข้อมูลจะลดลง
๕.๗ วีดีเอสแอล (Very
High Bite-rate Digital Subscriber Line: VDSL)
[๒]
เทคโนโลยีที่พัฒนาต่อมาจากเทคโนโลยีเอดีเอสแอล
โดยการขยายความถี่ที่ใช้ในการสื่อสารเพิ่มขึ้นถึง
๓๐ เมกกะเฮิรตซ์
ทำให้มีอัตราเร็วในการรับข้อมูลขาลงเท่ากับ
๖.๕-๕๒ เมกกะบิตต่อวินาที
และอัตราเร็วในการส่งข้อมูลขาขึ้นเท่ากับ
๑.๖-๖.๔ เมกกะบิตต่อวินาที
เมื่อใช้สายนำสัญญาณที่เป็นสายทองแดงจะมีระยะทาง
๓๐๐-๑,๒๐๐ เมตร
วีดีเอสแอลมีระยะการให้บริการในระยะใกล้
จึงมีการใช้งานร่วมกับการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารซึ่งใช้เส้นใยนำแสงซึ่งสามารถส่งได้เป็นระยะทางไกลในการส่งข้อมูลจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจากนั้นจึงใช้เทคโนโลยีวีดีเอสแอลเพื่อส่งผ่านสายนำสัญญาณที่ทำด้วยทองแดงส่งไปยังบ้านพักอาศัยในรัศมีข้างเคียงซึ่งมีระยะทางสั้นๆ
โดยมีระยะทางอยู่ในช่วง ๓๐๐-๑,๒๐๐ เมตร
๕.๘ เอสดีเอสแอล (Symmetric
Digital Subscriber Line หรือ Single Line
Digital Subscriber Line: SDSL)