|
รูปแบบของการวิเคราะห์ดัชนีวรรณกรรมสามารถแบ่งออกได้ดังนี้
๔.๑ ดัชนีเชิงปริมาณ
หมายถึง
ดัชนีที่เป็นจำนวนนับเช่น จำนวนบทความ
จำนวนการได้รับการอ้างอิง จำนวนสิทธิบัตร
โดยวิธีการนับ/วัดในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ
ถือเป็นค่าดัชนีพื้นฐานของการศึกษาบริบลิโอเมทริค
(Bibliomerics)
๔.๑.๑ จำนวนบทความ
ดัชนีเชิงปริมาณแสดงผลผลิตวรรณกรรมวิทยาศาสตร์
โดยการวัดจำนวนสิ่งพิมพ์ซึ่งมีความหลากหลายเช่น
หนังสือ วารสาร บทความวิจารณ์ รายงาน
บทความต่างๆ
การนับจำนวนสิ่งพิมพ์เป็นจุดเริ่มต้นและเป็นวิธีที่สะดวก
โดยวัดปริมาณงานผลผลิตวรรณกรรมของนักวิทยาศาสตร์
การใช้จำนวนของบทความเป็นดัชนีในการวัดมีประโยชน์เมื่อมีบทความจำนวนมากสามารถใช้ดัชนีในการชี้ให้เห็นภาพรวมผลผลิตวรรณกรรมระดับประเทศและ
ระดับสถาบัน
แต่ไม่ใช่ดัชนีที่เหมาะสมสำหรับวิเคราะห์ผลผลิตวรรณกรรมของนักวิจัยรายบุคคล
๔.๑.๒ จำนวนบทความที่ถูกอ้างอิง
การอ้างอิงบทความวิชาการสามารถ
นำมาวัดค่าดัชนีผลกระทบการอ้างอิง
(Impact) ของบทความที่อ้างอิง และเป็นประโยชน์บนสมมติฐานที่ว่าบทความที่ถูกอ้างอิง
คือบทความคุณภาพ
การที่ผู้แต่งอ้างอิงถึงงานอื่นๆมีเหตุผลหลายประการ
กลุ่มที่หนึ่ง อ้างอิงถึงงานวิจัยที่ผ่านมา
เพื่อเน้นแสดงว่าบทความที่ตนเองเผยแพร่เป็นผลงานใหม่
กลุ่มที่สอง ผู้แต่งยอมรับ
และให้เกียรติต่อผลงานที่ผ่านมา
การอ้างอิงถึงบทความที่ผ่านมามีแนวโน้ม
ที่ผู้แต่งมักอ้างอิงบทความเก่าของตนเองเพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณการอ้างอิงของตนรวมทั้งอ้างอิงถึงบทความที่เป็นที่นิยมในขณะนั้นทั้งสองรูปแบบนี้เป็นปรากฏการณ์
ที่เกิดขึ้นจริงในกลุ่มประชาคมวิทยาศาสตร์
ส่วนเหตุผลในการเลือกอ้างอิงไม่สามารถสรุปได้
๔.๑.๓ จำนวนงานวิจัยที่มีผู้เขียน/วิจัยร่วม
ดัชนีประเภทนี้ใช้วัดความร่วมมือของนักวิจัยระดับชาติและระดับนานาชาติการวัดค่าดัชนีนี้ใช้ข้อมูลหน่วยงานที่สังกัด
หรือที่อยู่ของผู้แต่ง
การวัดดัชนีจากผู้แต่งร่วมเป็นวิธีที่ยากโดยแบ่งออกเป็นสองวิธีคือ
วัดบทความเฉพาะบางส่วนและวัดบทความทั้งหมด
๔.๒ ดัชนีเชิงความสัมพันธ์
หมายถึงดัชนีที่ศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างสองตัวแปร
๔.๒.๑ ดัชนีผลงานตีพิมพ์ร่วมกัน
ผลของความร่วมมือกันระหว่างคณะผู้วิจัยเช่น
การวิจัยร่วมระหว่างนักวิทยาศาสตร์ที่ปฏิบัติงานในหน่วยปฏิบัติการแต่ละแห่ง
ต่างสถาบัน และต่างประเทศ
นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้เสนอบทความวิจัยร่วมกัน ความร่วมมือในการวิจัยเช่นนี้
สามารถวัดจากจำนวนบทความ
ที่มีผู้แต่งร่วม ดัชนีมักระบุ
ถึง
ผู้วิจัยที่มีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการวิจัย
๔.๒.๒ ดัชนีแลกเปลี่ยนความรู้
ดัชนีค่านี้ใช้ประเมินอัตราสัมพันธ์
ในการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศหนึ่งกับอีกประเทศหนึ่ง ในช่วงระยะเวลาและสาขาวิชาที่ศึกษาวิธีการวัดค่าดัชนีประเภทนี้พัฒนาโดยสถาบัน
Laborataire d e valuation et de prospecive
internationales (LEPI) ประเทศฝรั่งเศส
[๑]
๔.๒.๓ ดัชนีเชื่อมโยงและบทความอ้างอิง
การอ้างอิงบทความด้านวิทยาศาสตร์ของแต่ละประเทศ สามารถบอกแนวโน้มของสถานะภาพ
และหัวข้อโครงการวิจัยที่แตกต่างกัน
โดยพิจารณาจากความแตกต่างของข้อมูลโครงการวิจัยที่ผ่านมากับโครงการที่กำลังดำเนินการ
๔.๒.๔
ดัชนีสัมพันธ์บทความวิชาการและสิทธิบัตร
ดัชนีนี้แสดงให้ทราบถึงสถานภาพของเทคโนโลยีโดยพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ทางวิทยาศาสตร์
ที่เผยแพร่ในบทความวิชาการและความรู้ที่แสดงในรูปของจำนวนสิทธิบัตร
ที่ได้รับการวัดจำนวนบทความที่อ้างอิง
หรือการวัดจำนวนสิทธิบัตร
ซึ่งอ้างอิงจากชื่อผู้ประดิษฐ์หรือ
ผู้ตรวจสอบ
สามารถวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ได้
ดัชนีนี้มีสองประเภทดังนี้
ก)
ดัชนีวัดความสัมพันธ์ระหว่างความก้าวหน้าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
โดยพิจารณาจากจำนวนบทความที่อ้างอิงและจำนวนสิทธิบัตรที่อ้างอิง
ข)
ดัชนีวัดความสัมพันธ์ของช่วงระยะเวลาที่มีการตีพิมพ์บทความวิชาการและช่วงที่ยื่นขอจดสิทธิบัตรในแต่ละสาขาวิชา
การวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนบทความวิชาการกับจำนวนสิทธิบัตรไม่เป็นที่ยอมรับและยังมีความคิดเห็นหลากหลาย
ที่ยังไม่มีข้อยุติ (พ.ศ. ๒๕๕๑)
๔.๒.๕ ดัชนีอ้างอิงบทความร่วม
เป็นการวัดหาจำนวนครั้งที่มีการอ้างอิงบทความสอง
บทความพร้อมกันในบทความเดียวกัน
๔.๒.๖ ดัชนีคำ/วลี
ปรากฏซ้ำในบทความและสิทธิบัตร
ดัชนีนี้เป็นการวิเคราะห์หาความถี่ของปรากฏของคำ/วลีหนึ่งๆ
ในบทความสาขาวิชาวิทยาศาสตร์
เทียบกับคำเดียวกัน
ในสิทธิบัตร (คำเลือกสรรโดยผู้เชี่ยวชาญ)
|