|
ระบบชุมสายโทรศัพท์ได้มีการพัฒนาจากระบบที่เน้นการให้บริการด้านโทรศัพท์ของวงจรสวิตซ์
(Circuit switch)
และการให้บริการด้านข้อมูลของแพกเกตสวิตซ์
หรือสลับกลุ่มข้อมูลชุมสาย (Packet switch)
ต่อมาเทคโนโลยีได้พัฒนาทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์
ความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ต
วีดิทัศน์ที่เพิ่มมากขึ้น
ทำให้ต้องพัฒนาระบบโครงข่ายที่มีความเร็วสูงยิ่งขึ้นเช่น
NGN (Next generation network)
เพื่อตอบสนองความต้องการให้ครอบคลุมทุกด้านบนพื้นฐานของ
แพกเกตสวิตซ์ ที่อยู่บนโครงข่ายไอพี (IP)
หรือเอทีเอ็ม (ATM)
โดยการทำงานของแต่ละระบบดังนี้
๔.๑ ระบบชุมสายโทรศัพท์แบบวงจรสวิตซ์ (Circuit
switch) [๒]
ระบบชุมสายที่อยู่ในโครงข่ายแบบเดิมทั้งหมดหรือระบบเครือข่ายโทรศัพท์สาธารณะ
(Public switched telephone
network:PSTN)
รวมถึง
โครงข่ายบริการร่วมดิจิทัลแถบความถี่แคบหรือ
N-ISDN ซึ่งทำงานในลักษณะของการสลับวงจรสวิตซ์
โดยใช้หลักการของ SPC และ TDM ในการทำงาน
|


รูปที่ ๔.๑
ไดอะแกรมของชุมสายโทรศัพท์แบบ SPC
(ข้อมูลเชิงเทคนิค)
|
รูปที่ ๔.๑
แสดงตัวอย่างของชุมสายโทรศัพท์แบบดิจิทัลซึ่งมีหน้าที่สำคัญสองประการคือเชื่อมต่อวงจรเลขหมายกับผู้ใช้โทรศัพท์
(ทั้งแบบ
แอนะล็อกและแบบดิจิทัล)
และเชื่อมต่อชุมสายโทรศัพท์อื่นๆ เข้าด้วยกัน
จากรูปที่ ๔.๑ มีหลักการทำงาน ดังนี้
ก)
ส่วนการเชื่อมต่อของผู้ใช้บริการ
(Subscriber access unit)
เป็นส่วนของวงจรเลขหมายที่จะเชื่อมต่อออกไปยังผู้ใช้โทรศัพท์
ด้วยวงจรสองสายโดยผ่านตู้รวมสาย
(Main distribution frame: MDF)
และอีกส่วนหนึ่งจะทำการผสมสัญญาณแบบพีซีเอ็ม
(Pulse code modulation:PCM)
ซึ่งเป็นการบีบช่องสัญญาณโดยอัตโนมัติ
อาจจะเป็น ๔ ต่อ ๑
แล้วส่งต่อไปยังโครงข่ายสลับสายแบบดิจิทัล(Digital
switching network)
ข)
โครงข่ายสลับสายแบบดิจิทัล (Digital switching
network) ทำหน้าที่สลับช่องวงจรสัญญาณสื่อสาร
(time slot) ที่อยู่ในรูปของ PCM
ให้ออกไปปลายทางทั้งวงจรที่อยู่ในชุมสายเดียวกันและวงจรต่อผ่าน
(Trunk) ออกไปยังชุมสายอื่นๆ
ค)
Stored program control
ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานทั้งหมดของระบบและรับคำสั่งจากผู้ควบคุมระบบผ่านคอมพิวเตอร์ปลายทาง
(terminal computer)
ง) Trunk
handling stag
ทำหน้าที่ควบคุมการรับส่งข้อมูลระหว่างชุมสายโทรศัพท์เป็นการรวมสัญญาณแบบแบ่งเวลา
(Time division multiplexing)
ทั้งส่วนที่เป็นช่องสัญญาณเสียงพูด
(Bearer channel)
และส่วนของช่องสัญญาณควบคุมร่วม SS7
(Signaling system No.7)
ซึ่งจะรวมไปในเส้นทางเดียวกันหรือแยกจากกันเป็นโครงข่ายเฉพาะก็ได้
ระบบชุมสายโทรศัพท์ที่ทำงานแบบวงจรสวิตซ์
ชุมสายโทรศัพท์จะสร้างการเชื่อมต่อให้
โดยจองช่องสัญญาณ
สำหรับผู้สนทนาตลอดเวลาเมื่อผู้ใช้โทรศัพท์ยกหูโทรศัพท์
และกดเลขหมายปลายทางแม้จะไม่มีการติดต่อสื่อสารหรือส่งข้อมูลทำให้เกิดการสูญเปล่าในช่องสัญญาณและการใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ
๔.๒ ระบบชุมสายโทรศัพท์แบบแพกเกตสวิตซ์
(Packet Switch) [๓]
เป็นชุมสายที่อยู่ในระบบโครงข่ายแพกเกตสวิตซ์
ได้แก่ แบบ IP ATM และ NGN(Soft switch)
|


รูปที่ ๔.๒
การสร้างแพกเกตข้อมูลจากข้อมูลข่าวสาร
|
ชุมสายชนิดนี้แพกเกตหรือกลุ่มข้อมูล
สร้างมาจากการแบ่งข้อมูลข่าวสาร
ที่มีความยาวมาก ๆ
นำมาแบ่งเป็นชุดข้อมูลย่อยที่มีความยาวคงที่
หรือเปลี่ยนแปลงได้ดังรูปที่ ๔.๒
โดยเพิ่มส่วนหัว
(header)
และส่วนท้ายเพื่อใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
โดยแจ้งขอบเขตของข้อมูลว่าเป็นชุดข้อมูลลำดับที่เท่าไรของข้อมูลทั้งหมดและต้องการส่งถึงผู้รับใด
อุปกรณ์ปลายทางด้านส่งจะสร้างแพกเกตข้อมูลขึ้นมาดังรูปที่
๔.๓ (ก) ผู้ส่ง ๑ และ
ผู้ส่ง ๒ ต้องการส่งข้อมูลไปยังผู้รับ
แพกเก็ตจะเรียงลำดับชุดข้อมูลตามลำดับที่ ๑
ถึง ๕ เข้าสู่ชุมสายที่ผู้ใช้เชื่อมต่ออยู่
ชุมสายจะทำการวิเคราะห์ที่อยู่และส่งต่อไปในเส้นทางใดที่จะใกล้ผู้รับปลายทางมากที่สุด
การเดินทางของแพกเกตทั้งหมด
จะไปถึงปลายทางโดยขึ้นอยู่กับแพกเกตกลุ่มแรกๆ
ดังตัวอย่างรูปที่ ๔.๓(ข) ในขณะที่ความสามารถ
การส่งในทิศทางตรงไปยังผู้รับเริ่มมีการส่งข้อมูลเพิ่มขึ้น
แพกเกตที่ ๒ จะถูกส่งไปยังเส้นทางเลือกที่ ๒
ที่อยู่ส่วนล่างของโครงข่ายทั้งสองชุดข้อมูล
แพกเกตที่ ๓ ของผู้ส่ง ๑
จะถูกส่งไปยังทางเลือกที่ ๓
ด้านบนของโครงข่ายซึ่งเป็นเส้นทางที่ไกลที่สุดเนื่องจากเส้นทางเลือกแรกไม่มีช่องว่างเหลืออยู่
ต่อมาเมื่อเส้นทางตรง (๑)
พร้อมที่จะรับแพกเกตใหม่ได้แล้ว
ชุมสายจะส่งเพ็กเกตที่ ๓ ของผู้ส่ง ๒
ผ่านเข้าไป และสลับไปเรื่อย ๆ
จนข้อมูลถูกส่งหมด เป็นต้น
ข้อดีของการสลับการส่งกลุ่มแพกเกตข้อมูลแบบนี้
คือ
การส่งที่รวดเร็วเหมาะสำหรับข้อมูลข่าวสารที่สั้นการส่งข้อมูลข่าวสารกระจายตัวและแพกเกต
มีจำนวนน้อยส่วนข้อด้อยคือ
เวลาในการส่งจะเปลี่ยนแปลงไม่คงที่และรับรองไม่ได้ว่าจะถึงผู้รับปลายทางครบถ้วนหรือไม่
รวมทั้งแถบความถี่ ซึ่งแพกเกต
ข้อมูลลำดับหลังอาจจะไปถึงก่อน
ดังตัวอย่างของรูปที่ ๔.๓ (ค)
ชุมสายจึงต้องมีการจัดการซับซ้อนมากขึ้นในการหาเส้นทางการส่งกลุ่มแพกเกต
|