|
ระบบตรวจสอบคู่สายทั่วไปแบ่งการใช้งานออกเป็นสามประเภทตามเงื่อนไขการใช้งาน
คือ
๖.๑ การทดสอบเบื้องต้น (Basic Test)
พนักงานรับแจ้งเหตุเสีย พนักงานทดสอบ
พนักงานจ่ายงาน
และพนักงานวิเคราะห์สามารถทำการทดสอบเบื้องต้นได้
๖.๒ การทดสอบอย่างละเอียด (Detail Test)
ซึ่งสามารถกระทำได้โดยพนักงานทดสอบ
การทดสอบอย่างละเอียดนี้สามารถที่จะทำการทดสอบแต่ละส่วนของอุปกรณ์ได้
ดังเช่น
ก)
การทดสอบสัญญาณพื้นฐานโทรศัพท์
(Dial Tone)
ข) การทดสอบสัญญาณพื้นฐานโทรศัพท์
(Dial Tone)
แบบต่อเนื่อง
ค) การทดสอบการกดเลขหมายโทรศัพท์
(ทดสอบตัวเครื่องโทรศัพท์)
ง) การทดสอบคุณสมบัติทางไฟฟ้าของคู่สาย
จ) การทดสอบวงจรของเครื่องโทรศัพท์
ฉ) การทดสอบระดับสัญญาณรบกวน เป็นต้น
๖.๓ การทดสอบที่กระทำเป็นช่วงเวลา
(Routine Test)
หรือการทดสอบหมายเลขบางส่วน
เพื่อการบำรุงรักษาและการป้องกันเหตุเสียล่วงหน้า
(Preventive Maintenance)
โดยทั่วไปมีดังนี้
ก)
ระบบทดสอบป้องกันเหตุเสียอัตโนมัติ
(Automatic Surveillance Test)
เป็นการทดสอบอัตโนมัติเพื่อการป้องกันเหตุเสียที่กระทำในช่วงเวลากลางคืนขณะที่มีผู้ใช้งานน้อย
ซึ่งจะมีการสุ่มเลขหมายจำนวนหนึ่งของเลขหมายทั้งหมดขึ้นมาทำการทดสอบและรายงานผลออกมาในทุกเช้าของแต่ละวัน
ข) ระบบทดสอบที่กระทำเป็นช่วงเวลาอัตโนมัติ
(Automatic Routine Test)
เป็นการทดสอบที่กำหนดขอบเขตของเลขหมายที่ยังคงติดอยู่ในรายการเหตุเสียใหญ่
(Major Breakdown) เช่น
ท่อร้อยสายขาดหรือชุมสายเสีย
เพื่อตรวจสอบสถานะเหตุเสียดังกล่าว
ค) ระบบทดสอบติดตามเหตุเสียอัตโนมัติ (Automatic
Follow Up Test) เป็นการทดสอบเลขหมายใด ๆ
โดยกำหนดช่วงเวลาในการทำการทดสอบเพื่อติดตามอาการหรือเหตุเสียเฉพาะใดๆ
เพื่อวิเคราะห์ผลต่อไป
นอกจากนี้ อาจมีส่วนของการทดสอบล่วงหน้า
(Pretest)
ซึ่งจะทำการทดสอบเฉพาะเลขหมายที่ติดตั้งด้วย
เพื่อให้มีคุณภาพพร้อมใช้งานหรือการทดสอบเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะอื่นๆ
โดยการปรับปรุงซอฟท์แวร์เพิ่มเติมและระบบบริการเหตุเสียที่สอดคล้องกันได้
ทั้งนี้จะเกิดขึ้นกับระบบตรวจสอบคู่สายแบบติดตั้งภายนอกที่มีความยืดหยุ่นไม่ติดกับเงื่อนไขของชุมสายย่อยของแต่ละผู้ผลิต
|


รูปที่ ๖.๑
งานในระบบบริหารเหตุเสียทั่วไป
|
๖.๔ เหตุเสีย
เหตุเสียที่เกิดกับคู่สายไม่ว่ากรณีใดๆ
นั้นเป็นการลดทอนประสิทธิภาพในการให้บริการ
ซึ่งทำให้เกิดการสูญเสียกับผู้เช่าสาย
และผู้ให้บริการเลขหมาย
ซึ่งเหตุเสียทั่วไปมีสามลักษณะ คือ
ก) เหตุเสียถาวร
เหตุเสียลักษณะนี้เกิดขึ้นอย่างถาวรจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบให้กลับคืนดี
เช่น กรณีสายขาด
อุปกรณ์ในชุมสายหรือของผู้เช่าได้รับความเสียหายท่อร้อยสายขาด
เป็นต้น
ข) เหตุเสียชั่วคราว/สุ่ม
เหตุเสียลักษณะนี้
จะเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยของสิ่งแวดล้อม
ซึ่งทำให้การตรวจสอบกระทำได้ยากขึ้นเช่น
เหตุที่เกิดขึ้นจากสัญญาณรบกวน (Noise)
จุดเชื่อมต่อหลวม การทำงานผิดพลาดของอุปกรณ์
และเหตุเสียอื่นอีกหลายกรณีที่ไม่สามารถระบุอาการเสียได้ชัดเจน
ค) เหตุเสียเทียม
เป็นลักษณะหนึ่ง ของเหตุการณ์เสียของคู่สาย
ที่มีผลต่อการใช้งานและการตรวจซ่อมคือ
การใช้งานผิดเงื่อนไขปกติเช่น
การวางหูโทรศัพท์ไม่สนิท
การต่อใช้งานอุปกรณ์ปลายทาง
หรือโทรศัพท์ที่มีคุณสมบัติผิดปกติ
ซึ่งจะทำให้คุณสมบัติทางไฟฟ้าของคู่สายนั้นเปลี่ยนแปลง
สร้างความสับสนให้กับการตรวจสอบอาการเสียของคู่สาย
ลักษณะเหล่านี้ไม่ใช่เหตุเสียเป็นเพียงรูปแบบการใช้งานที่ผิดธรรมดาและมีผลต่อการตรวจสอบในเบื้องต้นเท่านั้น
เหตุเสียมีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายประการทั้งที่เกิดจากผู้ปฏิบัติงานเองรวมทั้งสิ่งแวดล้อม
ซึ่งปัจจัยลำดับหลังนี้
เป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้และมีผลต่อการเกิดเหตุเสียที่หลากหลายออกไป
จนไม่สามารถระบุให้ชัดเจนแน่นอนได้
ปัจจัยดังกล่าวนี้เป็นผลมาจาก อุณหภูมิ
(Temperature) และความชื้น (Humidity)
เป็นต้น
๖.๕ การวิเคราะห์ผลการทดสอบเบื้องต้น
ผลลัพธ์จากการวัดค่าทางไฟฟ้าของคู่สายมีพื้นฐานการวิเคราะห์เหตุเสียจากการตีความสัมพันธ์ของคุณสมบัติทางไฟฟ้ากับเหตุเสียดังตารางที่
๖.๑ ดังนี้
ตารางที่ ๖.๑
การวิเคราะห์คุณสมบัติทางไฟฟ้าเบื้องต้น
|
ค่าทางไฟฟ้า |
การวิเคราะห์เบื้องต้น |
|
DC |
ปกติการทดสอบเพื่อวัดผลทางไฟฟ้าจะทำการเมื่อคู่สายไม่มีการใช้งานดังนั้นคู่สายนั้นจะต้องไม่มีแรงดันไฟฟ้าอยู่
ผลการทดสอบที่ได้จึงไม่ควรมี ระดับ DC
ปรากฏขึ้นของเงื่อนไขการวัดใด ๆ
สำหรับคู่สายที่ใช้งานได้ปกติ
หากมีค่าปรากฏจะพิจารณาต่อไปว่ามีค่าสูงต่ำเพียงใด
ซึ่งจะแสดงให้ทราบถึงความผิดปกติที่แตกต่างกันออกไปอันเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุเช่น
คู่สายพาดผ่านคู่สายใช้งานอื่น
เคเบิลรั่วหรือไฟรั่ว
อุปกรณ์ชุมสายผิดปกติ เป็นต้น |
|
AC |
เช่นเดียวกันกับกรณีของ DC
แต่สาเหตุอาจเกิดจากคู่สายพาดผ่านสายไฟฟ้า
เกิดการเหนี่ยวนำจากไฟฟ้าแรงสูงและสัญญาณรบกวน(Noise)
เป็นต้น |
|
R |
ความต้านทานของคู่สายปกติในเงื่อนไขใดๆ
นั้นจะมีค่าสูงมากคือ มากกว่า ๑
ล้านโอห์ม หากมีค่าต่ำอาจ
เกิดได้จากหลายสาเหตุเช่น
คู่สายเกิดการลัดวงจร
อุปกรณ์ปลายทางผิดปกติ
เกิดการลัดวงจรกับวัตถุอื่น ๆ
อุปกรณ์ชุมสายผิดปกติ เป็นต้น
|
|
C |
ค่าการเก็บประจุคือ
คุณสมบัติของคู่สายรวมทั้งอุปกรณ์ปลายทางจะขึ้นอยู่กับความยาวของสาย
คุณภาพของสาย
สภาพการใช้งานที่มีผลจากสิ่งแวดล้อมและชนิดของอุปกรณ์ปลายทาง
ดังนั้นค่า C
จะแตกต่างกันในแต่ละคู่สาย เป็นต้น |
|