|
กฎหมายและระเบียบข้อบังคับบนพื้นฐานของ
พ.ร.บ. กิจการโทรคมนาคม พ.ศ.
๒๕๔๔
เป็นต้นแบบของการศึกษาความรู้พื้นฐาน ดังกล่าว โดยมีรายละเอียด
ดังนี้
๔.๑
การอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม
ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม มีความสำคัญ
ดังนี้
ก) ใช้วางเงื่อนไขการกำกับดูแล
ทั้งทางเศรษฐกิจและทางสังคม เช่น
ขอบเขตการให้บริการระยะเวลาเงื่อนไขการต่ออายุ ระงับ ยกเลิก การกำกับดูแลด้านราคา ค่าธรรมเนียม
การแข่งขันที่เป็นธรรม การป้องกันการผูกขาด การคุ้มครองผู้บริโภค การให้บริการทางสังคม สิทธิในการใช้พื้นที่สาธารณะ
การเชื่อมต่อโครงข่าย การจัดสรรคลื่นความถี่
มาตรฐานทางเทคนิคและกลไกการระงับข้อพิพาท โดยพิจารณาแยกตามประเภท
ของการประกอบกิจการตามความจำเป็น
ข)
ใช้ในการคัดเลือกผู้ประกอบการที่จะสามารถใช้ทรัพยากรอันจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ค) ใช้กำหนดระดับการแข่งขัน
ซึ่งจำนวนใบอนุญาตจะสามารถบ่งบอกได้ว่า
มีผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมอยู่จำนวนเท่าไร
โดยผู้ประกอบกิจการจะต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามวิธีการ หลักเกณฑ์ ที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม
เป็นผู้ประกาศกำหนด ซึ่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการ
โทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔
ได้แบ่งประเภทของใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมไว้สามประเภท
ดังนี้
ก) ใบอนุญาตแบบที่ ๑
สำหรับผู้ที่ไม่มีโครงข่ายโทรคมนาคม เป็นของตนเอง และควรให้มีการบริการ
ได้อย่างเสรี เช่น บริการอินเทอร์เน็ต
กิจการประเภทนี้จะเริ่มดำเนินการได้ต่อเมื่อได้แจ้งให้คณะกรรมการทราบ
ข) ใบอนุญาตแบบที่ ๒
สำหรับผู้ที่มีหรือไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง โดยให้บริการเฉพาะกลุ่มบุคคลหรือเป็นกิจการที่ไม่มีผลกระทบต่อการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมหรือต่อสาธารณะและผู้บริโภคเช่น
บริการแบนด์วิดท์กิจการประเภทนี้จะเริ่มดำเนินการได้ต่อเมื่อ
ปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานที่คณะกรรมการประกาศกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วและผู้ขอรับใบอนุญาต
ต้องไม่เป็นบุคคลต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
ค) ใบอนุญาตแบบที่ ๓
สำหรับผู้ที่มีโครงข่ายเป็นของตนเองโดยให้บริการแก่บุคคลทั่วไปจำนวนมาก ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
และประโยชน์สาธารณะ
หรือมีความจำเป็นต้องคุ้มครองผู้บริโภคเป็นพิเศษ เช่น
บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ระหว่างต่างประเทศ
บริการชุมสายอินเทอร์เน็ตบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เป็นบุคคลต่างด้าวตามกฎหมาย ว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและต้องมีแผนการลงทุนและแผนการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพด้วย
กิจการประเภทนี้จะเริ่มดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อ
ผ่านการพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ
ทั้งนี้ผู้ขอรับใบอนุญาตทั้งสามประเภทนี้ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต บุคคลผู้เป็นกรรมการ
หรือเป็นผู้มีอำนาจ
ในการจัดการของผู้รับใบอนุญาตต้องไม่เคยถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดตามพ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคมหรือกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคก่อนยื่นขอใบรับอนุญาตภายในระยะเวลา
๒ ปี
กรณีที่การออกใบอนุญาต
ที่ต้องใช้เลขหมายโทรคมนาคม
คณะกรรมการฯจะกำหนดเลขหมายโทรคมนาคม
สำหรับใช้ในการให้บริการ
ของผู้รับใบอนุญาตซึ่งจะช่วยในการจำแนกประเภทของบริการได้ง่ายและชัดเจนและถ้ามีการขยายการให้บริการผู้รับใบอนุญาตสามารถยื่นขอเพิ่มจำนวนเลขหมายได้
แต่ถ้าผู้รับใบอนุญาต
ไม่นำเลขหมายโทรคมนาคมที่ได้รับไปใช้
หรือนำเลขหมายที่ไม่ได้รับอนุญาตไปใช้
จะถูกคณะกรรมการฯสั่งให้ผู้รับใบอนุญาต
ดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตหรือระงับการใช้เลขหมายนั้นหรือถ้าผู้รับใบอนุญาตไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการฯ
กำหนดทำให้เกิดผลกระทบต่อสาธารณะ
ผู้รับใบอนุญาตจะถูกถอนคืนเลขหมายตามจำนวนที่คณะกรรมการฯ กำหนด หรือถูกจำกัดพื้นที่ในการให้บริการโดยไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้
๔.๒
การใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม
นอกจาก
การเชื่อมต่อโครงข่ายจะสามารถทำให้ผู้ใช้บริการโทรคมนาคมต่างๆ ติดต่อสื่อสารกันได้แล้วนั้น ยังสามารถกำหนดได้ด้วยว่า ตลาด
โทรคมนาคมนั้น จะเกิดการผูกขาดหรือไม่ นั่นคือ
ถ้าผู้ประกอบการที่มีโครงข่ายโทรคมนาคม
ยินยอมให้ผู้ประกอบการรายใหม่ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายที่มีอยู่ได้ในราคาที่เป็นธรรม
ก็จะทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถเข้ามาแข่งขัน
ในตลาดโทรคมนาคมได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าผู้ประกอบการที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมกีดกันไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบการรายใหม่ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายของตน
ก็จะทำให้เกิดการผูกขาด นอกจากนี้ การเชื่อมต่อโครงข่าย
โทรคมนาคม ยังมีผลกระทบต่อผู้ใช้บริการทั้งในเรื่องวิธีการเชื่อมต่อโครงข่าย ที่จะมีผลต่อคุณภาพของการรับส่งข้อมูลข่าวสารที่เรียกเก็บจากผู้บริโภค
และการเรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายที่ผู้ประกอบการเรียกเก็บจากผู้ประกอบการรายอื่น
ก็จะมีผลกระทบต่ออัตรา ค่าบริการที่เรียกเก็บจากผู้บริโภคอีกด้วย
ดังนั้น เพื่อให้มีการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอย่างรวดเร็วเป็นธรรม และมีประสิทธิภาพพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.
๒๕๔๔ จึงต้องกำหนดให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม ประกาศกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาต ที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องยินยอมให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นใช้โครงข่ายโทรคมนาคมของตนเองตามหลักเกณฑ์
และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด
แต่อาจจะมีข้อยกเว้นได้บางกรณี เช่น
โครงข่ายไม่พอแก่การให้ผู้ประกอบการรายอื่นใช้
การใช้โครงข่ายอาจก่อให้เกิดการรบกวนกิจการโทรคมนาคม
หรือขัดขวางการโทรคมนาคม เป็นต้น
ซึ่งหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้หรือการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมคือ
ต้องไม่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ
หรือกีดกันผู้ประกอบการรายอื่น
มีข้อกำหนดทางเทคนิค ณ จุดที่มีการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายอย่างชัดเจนไม่ทำให้ผู้ใช้บริการเสียประโยชน์ ไม่ก่อให้เกิดภาระ แก่ผู้ขอใช้หรือเชื่อมต่อ
โครงข่ายโทรคมนาคมจนเกินไป
มีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่าย
และผู้ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายที่ชัดเจน
กำหนดอัตราค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายอย่างเป็นธรรมระหว่างผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมกับผู้ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่าย
และอัตราค่าตอบแทนมีความเท่าเทียมกันในระหว่างผู้ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายทุกราย
๔.๓ ค่าธรรมเนียมและค่าบริการ
กิจการโทรคมนาคมที่ใช้โครงข่ายขนาดใหญ่
ต้องมีการลงทุนสูง
จึงมีจำนวนของผู้ประกอบการแข่งขันกันน้อยราย
ในบางกรณีรัฐจึงอาจต้องเข้ามามีบทบาทในการกำกับดูแลอัตราค่าธรรมเนียมและค่าบริการ
โดยรัฐจะมีบทบาทลดลงถ้าการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคมมีมากขึ้น
เดิมพระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย
พ.ศ. ๒๔๙๗ กำหนดให้
ทศท. เป็นผู้กำหนดอัตราค่าบริการ
จัดระเบียบเกี่ยวกับวิธีชำระต่างๆ
ของกิจการโทรศัพท์[๒]
และพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย
พ.ศ.๒๕๑๙ กำหนดให้
กสท.เป็นผู้กำหนดอัตราค่าบริการของกิจการไปรษณีย์และโทรคมนาคม
[๓] ต่อมาได้มีการยกเลิกกฎหมายดังกล่าว
และออกพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม
พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๕๕ ขึ้น
โดยกำหนดให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
เป็นผู้กำหนดอัตราขั้นสูงของค่าธรรมเนียม
และค่าบริการโทรคมนาคม
ที่ผู้รับใบอนุญาตจะ
สามารถเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการได้ และไม่สามารถเรียกเก็บเงินประกันล่วงหน้าได้
นอกจากนี้คณะกรรมการอาจกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการสำหรับการให้บริการข้อมูล
ข่าวสาร และความรู้
เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมความรู้ของประชาชนได้
โดยมีวิธีการคำนวณค่า
ธรรมเนียมและค่าบริการที่ชัดเจน
เป็นอัตราที่ยุติธรรม
แก่ผู้ประกอบกิจการและผู้ใช้บริการ
ซึ่งผู้ประกอบกิจการต้องแจ้งอัตราค่าธรรมเนียม
และค่าบริการให้ผู้ใช้บริการทราบ
และต้องแสดงในที่เปิดเผย
เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้
ทั้งนี้คณะกรรมการฯ
สามารถเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการได้
เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและ
สังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
หรือหากเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้ประกอบกิจการ
หรือเป็นกรณีที่ผู้ใช้บริการต้องรับภาระเกินสมควร
๔.๔ การแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม
การแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม
ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐ และการกำหนดมาตรการ
กติกาต่างๆ ขององค์กรอิสระ
ที่จะเข้ามาดูแลผู้ประกอบการและผู้บริโภค
รวมทั้งกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายใหม่มีโอกาสแข่งขัน
กับผู้ประกอบการรายเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เสมอภาค และเป็นธรรม
และป้องกันพฤติกรรมการผูกขาด ลด
หรือจำกัดการแข่งขัน เช่น
การไม่ยอมให้ผู้ประกอบการรายอื่นใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่าย
กำหนดราคาค่าบริการหรือสินค้าสูงเกินจริง
การควบ รวมธุรกิจให้ตลาดมีผู้แข่งขันน้อยลง
สมรู้ร่วมกับผู้ประกอบการรายอื่นไม่แข่งกันลดราคาค่าบริการ
หรือร่วมกันกีดกันไม่ให้ผู้บริการรายใหม่เข้าสู่ตลาด
เป็นต้น
พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.
๒๕๔๔
กำหนดให้คณะกรรมการฯมีอำนาจในการกำหนดมาตรการเฉพาะตามลักษณะของกิจการโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจผูกขาดเช่น
การอุดหนุนการบริการ
การถือครองธุรกิจในบริการประเภทเดียวกัน
การใช้อำนาจทางตลาดอย่างไม่เป็นธรรม
พฤติกรรมกีดกันการแข่งขัน
โดยมีนโยบายห้ามไม่ให้ผู้รับใบอนุญาตกระทำการที่มีลักษณะผูกขาด
ลด หรือจำกัดการแข่งขันในการให้บริการ
เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้รับใบอนุญาตรายใหม่มีโอกาสแข่งขันกับผู้รับใบอนุญาตรายเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เสมอภาค และเป็นธรรม
๔.๕
การให้บริการโทรคมนาคมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
การจัดให้มีการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเท่าเทียม
คือการจัดให้มีบริการโทรศัพท์สาธารณะ
โทรศัพท์ประจำที่และอินเทอร์เน็ต
ที่เพียงพอครอบคลุมประเทศไทย
โดยมีอัตราค่าบริการและคุณภาพของการบริการเป็นมาตรฐาน
ที่สามารถยอมรับได้และเท่าเทียมกันในทุกพื้นที่
รวมถึงการจัดให้มีบริการต่อผู้ด้อยโอกาสทางสังคมกลุ่มต่างๆอย่างทั่วถึง
ซึ่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม
พ.ศ. ๒๕๔๔
กำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการฯที่จะต้องจัดให้มีการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง
และมีอำนาจกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการบริการดังนี้
ก)
จัดให้มีการบริการในพื้นที่ชนบท
พื้นที่ที่มีผลตอบแทนการลงทุนต่ำ
ท้องที่ที่ยังไม่มีผู้ให้บริการหรือให้บริการไม่ทั่วถึงหรือไม่พอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการในท้องที่นั้นๆ
ข) จัดให้มีบริการโทรคมนาคมสำหรับสถานศึกษา
ศาสนสถาน สถานพยาบาลและหน่วยงานอื่นๆ
ที่ให้ความช่วยเหลือแก่สังคม
ค)
จัดให้มีบริการสาธารณะแก่ผู้ที่มีรายได้น้อย
ในบางประเภทตามที่คณะกรรมการกำหนด
ง)
จัดให้มีการให้บริการอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ
เด็ก คนชรา และผู้ด้อยโอกาสในสังคม
ซึ่งการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตจัดให้มีบริการดังกล่าวข้างต้นนี้ต้องพิจารณาแล้วว่าจะไม่ทำให้เกิดภาระในการลงทุนของผู้รับใบอนุญาตจนมากเกินไป
และต้องให้มีการปฏิบัติเท่าเทียมกัน
ในระหว่างผู้รับใบอนุญาตประเภทเดียวกัน
กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถจัดให้มีบริการได้ตามที่คณะกรรมการกำหนด
หรือในกรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควรให้ผู้รับใบอนุญาตมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานอย่างทั่วถึง คณะกรรมการจะกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาต ต้องจัดสรรรายได้ ที่ได้จากการให้บริการ
โทรคมนาคม
ให้แก่กองทุนพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อนำไปดำเนินการจัดให้มีการบริการตามที่กำหนดไว้ข้างต้นก็ได้ |