|
๔.๑
การสอบเป็นนักวิทยุสมัครเล่น
สำหรับบุคคล
ที่ต้องการติดต่อสื่อสารวิทยุสมัครเล่น
ในช่องความถี่ตามสิทธิข้อกำหนดของ
สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ
(International
Telecommunication Union:
ITU)
ต้องทำการสอบเพื่อขอใบอนุญาตพนักงานวิทยุสมัครเล่นซึ่งได้แบ่งเป็นสามขั้นคือ
พนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นต้น
พนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นกลางและพนักงานวิทยุสมัครเล่นขั้นสูง
โดยการทดสอบต้องผ่านการทดสอบระดับขั้นต้นจึงมีสิทธิสอบระดับขั้นกลางได้
สำหรับนักวิทยุสมัครเล่นขั้นสูงนั้นยังไม่เคยเปิดสอบ
สำหรับประชาชนทั่วไปในประเทศไทย
แต่มีการถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอดุลยเดชมหาราช
เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น
ตารางที่ ๔.๑
สิทธิการใช้ย่านความถี่และกำลังส่งของพนักงานวิทยุสมัครเล่น
|
ระดับพนักงานวิทยุสมัครเล่น |
ย่านความถี่(MHz) |
กำลังส่งสูงสุดวัตต์(Watt:
W) |
|
ขั้นต้น |
๑๔๔.๐๐๐
ถึง ๑๔๖.๐๐๐ |
๑๐
|
|
ขั้นกลาง |
๑๔๔.๐๐๐
ถึง ๑๔๖.๐๐๐ |
๑๐
|
|
๗.๐๐๐
ถึง ๗.๑๐๐ |
๒๐๐
|
๔.๒
รูปแบบการติดต่อสื่อสารของวิทยุสมัครเล่น
วิทยุสมัครเล่นสามารถติดต่อสื่อสารกันหลายรูปแบบและมีการพัฒนาให้มีคุณภาพดีขึ้นอยู่เสมอ
โดยแต่ละแบบนั้นมีความนิยมต่างกันขึ้นอยู่กับความสะดวกในการสื่อสาร
อุปกรณ์การสื่อสาร ข้อมูลที่ต้องการรับส่ง
ตลอดจนย่านความถี่ที่อนุญาตให้ใช้ในการสื่อสาร
ซึ่งรูปแบบที่นิยมสื่อสารมีดังนี้
ก)
การติดต่อสื่อสารด้วยระบบวิทยุโทรเลข
(Continuous
Wave: CW)
การติดต่อสื่อสารด้วยระบบนี้ใช้การส่งรหัสมอร์ส
แทนข้อความสื่อสาร
จากการทดลองพบว่าเป็นการติดต่อสื่อสารที่ดีมากหากเทียบอัตราส่วนระหว่างสัญญาณรบกวนและสัญญาณข้อมูลซึ่งการติดต่อด้วยรหัสมอร์สสามารถช่วยให้นักวิทยุสมัครเล่น
ที่อยู่คนละประเทศซึ่งสื่อสารด้วยภาษาที่ต่างกันสามารถใช้รหัส
มอร์ส
พูดคุยหรือสื่อสารกันได้ด้วยการติดต่อสื่อสารที่มีรูปแบบการติดต่อที่เป็นสากล
ข)
การติดต่อสื่อสารด้วยระบบวิทยุโทรศัพท์
(Single
Sideband: SSB)
รูปแบบที่นิยมใช้ติดต่อกันระหว่างนักวิทยุสมัครเล่นทั่วโลกในย่านความถี่สูง
(High
Frequency: HF)
การติดต่อกันด้วยเสียงพูดนั้นใช้การผสมคลื่นแบบ
(Frequency
Modulation: FM)
เพราะคุณภาพของสัญญาณเสียงดีและการรบกวนจากสัญญาณรบกวนมีน้อยแต่การผสมคลื่นแบบนี้ใช้แถบความถี่ช่วงกว้าง
แต่หากต้องการติดต่อสื่อสารระยะทางไกลๆ
โดยใช้แถบความถี่น้อยหรือมีแถบความถี่ค่อนข้างจำกัดใช้การผสมคลื่นแบบแถบข้างเดี่ยวเพื่อลดแถบความถี่ที่สื่อสาร
ค)
การติดต่อสื่อสารด้วยระบบสะท้อนดวงจันทร์
(Earth-Moon-Earth: EME)
รูปแบบการติดต่อสื่อสารในระยะไกลเช่น
ระหว่างทวีปต่างๆ
โดยอาศัยสมบัติการสะท้อนของคลื่นที่มีการส่งสัญญาณจากโลกไปสะท้อนที่ผิวของดวงจันทร์ในช่วงย่านความถี่สูงมาก
(Very High
Frequency: VHF)
แต่การติดต่อมีปัญหาหลายประการเช่นความอ่อนของสัญญาณในภาครับ
ตำแหน่งโคจรของดวงจันทร์และดวงจันทร์ในแต่ละเวลา
เป็นต้น
ง)
การติดต่อสื่อสารด้วยระบบโทรทัศน์สแกนช้า
(Slow Scan
Television: SSTV)
การพัฒนารูปแบบการส่งรูปภาพที่ใช้ในกลุ่มของนักวิทยุโดยอาศัยความแตกต่างของความมืดและสว่างของภาพเปลี่ยนเป็นข้อมูลส่งออกไปทางวิทยุสื่อสารด้วยความเร็วต่ำเนื่องจากข้อจำกัดของช่วงความถี่ที่ทำการ
มอดูเลชันหรือการกล้ำ(ผสม)สัญญาณ
จ)
การติดต่อสื่อสารด้วยระบบโทรพิมพ์
(Radio
Tele-typewriter: RTTY)
รูปแบบการสื่อสารที่พัฒนามาจากการส่งรหัสมอร์ส
ในระบบวิทยุโทรเลขประกอบด้วยเครื่องโทรพิมพ์ที่มีลักษณะ
เหมือนเครื่องพิมพ์ดีดธรรมดาแต่มีความพิเศษคือมีการเจาะหรือปรุกระดาษพิมพ์เป็นรูเล็กๆ
แทนอักษรข้อความที่ส่งจากนั้นจึงนำไปเข้าเครื่องส่งโทรพิมพ์
ที่มีกลไกลแปลงรอยปรุ
ที่แทนอักษรไปเป็นสัญญาณไฟฟ้า(Pulse)
เพื่อส่งผ่านไปยังเครื่องโทรพิมพ์ที่ปลายทาง
ฉ)
การติดต่อสื่อสารด้วยระบบแพ็คเก็ตเรดิโอ
(Packet Radio)
รูปแบบการสื่อสารที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการรับส่งข้อมูลผ่านโมเดม
(Modulator-Demodulator:Modem)
โดยโมเดมทำหน้าที่แปลงข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เป็นสัญญาณเสียงออกไปทางเครื่องส่งวิทยุ
(Transmitter)
และทำหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงจากเครื่องรับวิทยุมาเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์
๔.๓
สัญญาณเรียกขาน
(Call Sign)
๔.๓.๑
รูปแบบของสัญญาณเรียกขานสัญญาณเรียกขานเป็นรหัสที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารของวิทยุสมัครเล่นเพื่อเป็นไปตามข้อบังคับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ
(International
Telecommunication Union: ITU)
มีประโยชน์ในการระบุตำแหน่ง เขตพื้นที่
เขตประเทศและประเภทกิจการของสถานี
มีรายละเอียดของรูปแบบดังนี้
รูปแบบเก่า
HSn XXX
รูปแบบใหม่
E2n XXX
HSหรือ
E2
หมายถึง
ระบุเป็นประเทศไทย
n
หมายถึง ตัวเลข
1
ถึง
9
แทนกลุ่มสัญญาณเรียกขานตามเขตพื้นที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
(กทช.)
กำหนดไว้
X
พยัญชนะหนึ่งตัว
A
ถึง
Z
ใช้สำหรับบุคคลสำคัญสูงสุดของประเทศ
XX
ชุดพยัญชนะสองตัว
AAถึง
ZZ
ยกเว้น
AA
ถึง
AZ
ใช้สำหรับกรณีพิเศษ เช่น สถานีทวนสัญญาณ
สถานีวิทยุ
ชมรมหรือสมาคมสถานีชั่วคราวเฉพาะกิจ เช่น
HS3AS HS1AB
HS0AC
เป็นต้น
XXX
ชุดพยัญชนะสามตัวประกอบด้วย
AAA
ถึง
ZZZ
ยกเว้น
DDD QAA
ถึง
QZZ SOS
และ
TTT
ใช้สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่นโดยทั่วไป เช่น
HS3PMT
เป็นต้น
๔.๓.๒
ประเทศไทยมีการแบ่งกลุ่มสัญญาณเรียกขานตามพื้นที่เป็น
๙ เขตในปี พ.ศ.
๒๘๔๐
เขต ๑ สัญญาณเรียกขาน
HS1
กรุงเทพมหานคร ชัยนาท
นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี
สมุทรปราการ
สระบุรี
สิงห์บุรี
อ่างทอง
เขต ๒ สัญญาณเรียกขาน
HS2 จันทบุรี
ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี
ระยอง สระแก้ว
เขต ๓ สัญญาณเรียกขาน
HS3
ชัยภูมิ
นครราชสีมา บุรีรัมย์ ยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์
อุบลราชธานี อำนาจเจริญ
|


รูปที่ ๔.๓
แผนที่แบ่งเขตพื้นที่กลุ่มสัญญาณเรียกขานในประเทศไทย
พ.ศ.๒๕๔๐
[๓]
|
เขต ๔ สัญญาณเรียกขาน
HS4
กาฬสินธุ์ ขอนแก่น
นครพนม
มุกดาหาร
มหาสารคาม ร้อยเอ็ด
เลย สกลนคร หนองคาย อุดรธานี
หนองบัวลำภู
เขต ๕ สัญญาณเรียกขาน
HS5
เชียงราย
เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง
ลำพูน อุตรดิตถ์
เขต ๖ สัญญาณเรียกขาน
HS6
กำแพงเพชร ตาก
นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลกเพชรบูรณ์ สุโขทัย
อุทัยธานี
เขต ๗ สัญญาณเรียกขาน
HS7
กาญจนบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี
เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี
เขต ๘ สัญญาณเรียกขาน
HS8
กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต
ระนอง สุราษฎร์ธานี
เขต ๙ สัญญาณเรียกขาน
HS9
ตรัง นราธิวาส
ปัตตานี พัทลุง ยะลา สงขลา สตูล
หมายเหตุ:
การแบ่งเขตสัญญาณเรียกขานใหม่ ข้อมูล ๘ มกราคม
๒๕๕๑
[๔]
เขต ๑ ใช้สัญญาณเรียกขาน
E22DKH
เขต ๒
ใช้สัญญาณเรียกขาน
E27BHI
เขต ๓
ใช้สัญญาณเรียกขาน
HS3RBO
เขต ๔
ใช้สัญญาณเรียกขาน
HS4RKC
เขต ๕
ใช้สัญญาณเรียกขาน
HS5YUI
เขต ๖
ใช้สัญญาณเรียกขาน
HS6UXZ
เขต ๗
ใช้สัญญาณเรียกขาน
E27SK
เขต ๘
ใช้สัญญาณเรียกขาน
HS8XEI
เขต ๙
ใช้สัญญาณเรียกขาน
HS9SEM
๔.๓.๓
สถานีพิเศษ
ในการติดต่อสื่อสารของวิทยุสมัครเล่นในเหตุการณ์หรือกิจกรรมสำคัญ
มักมีการกำหนดสัญญาณเรียกขานพิเศษสำหรับงานนั้นๆ
เพื่อตั้งเป็นสถานีพิเศษ
สำหรับติดต่อสื่อสารดำเนินงานเหตุการณ์สำคัญ
หรือกิจกรรมนั้น เช่น
HS2000
ซึ่งเป็นสถานีรายงานการปรับเปลี่ยนปี ค.ศ.
ใหม่จากปี ค.ศ.
๑๙๙๙ เป็น ๒๐๐๐
และสัญญาณเรียกขานพิเศษ
สำหรับเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ
๕๐ ปี
๔.๔
ย่านความถี่วิทยุสมัครเล่นในประเทศไทย
ตามระเบียบคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
ว่าด้วยกิจการวิทยุสมัคร เล่น พ.ศ. ๒๕๕๐
ได้กำหนดความถี่วิทยุและหลักเกณฑ์การใช้ความถี่วิทยุสำหรับกิจการวิทยุสมัครเล่นเป็นสองส่วนคือความถี่วิทยุสำหรับการติดต่อสื่อสารในกิจการวิทยุสมัครเล่น
(Amateur Service) และความถี่
วิทยุสำหรับการติดต่อสื่อสารในกิจการวิทยุสมัครเล่นผ่านดาวเทียม
(Amateur Satellite Service)มีรายละเอียดดังนี้
๔.๔.๑
ความถี่วิทยุสำหรับการติดต่อสื่อสารในกิจการวิทยุสมัครเล่น
(Amateur Service)
ก)
ความถี่วิทยุย่านความถี่กลาง (Medium
Frequency: MF) หรือ (High Frequency: HF)
สำหรับการติดต่อสื่อสารของสถานี
วิทยุสมัครเล่นขั้นกลางให้ใช้กำลังส่งได้ไม่เกิน
๒๐๐ วัตต์
สถานีวิทยุสมัครเล่นขั้นสูงให้ใช้กำลังส่งสูงกว่าขั้นกลางได้ตามที่คณะกรรมการกำหนดซึ่งย่านความถี่นี้ใช้ติดต่อสื่อสารประเภทเสียงหรือประเภทอื่นตามคณะกรรมการกำหนดโดยย่านความถี่เริ่มตั้งแต่
๑.๘๐๐ ถึง ๒๙.๗๐๐ เมกกะเฮิรตซ์ (Mega Hertz:
MHz)
ข) ความถี่วิทยุ ๑๔๔.๐๐๐๐
ถึง ๑๔๔.๐๖๒๕ MHz
กำหนดให้ใช้สำหรับการติดต่อสื่อสารโดยการสะท้อนคลื่นวิทยุจากผิวพื้นดวงจันทร์
(Earth-Moon-Earth: EME)
ค) ความถี่วิทยุ ๑๔๔.๐๗๕๐
ถึง ๑๔๕.๐๑๒๕ MHz และ ๑๔๕.๑๒๕๐ ถึง ๑๔๕.๔๘๗๕
MHz
กำหนดให้ใช้สำหรับการติดต่อสื่อสารประเภทเสียงแบบสื่อสารทางเดียวหรือซิมเพลกซ์
(Simplex)
โดยมีหมายเลขกำกับช่องสัญญาณประจำแต่ละความถี่ตั้งแต่ช่องที่
๑ ความถี่ ๑๔๔.๐๗๕๐ MHz ถึงช่องที่ ๑๐๖
ความถี่ ๑๔๕.๔๘๗๕ MHz โดยแต่ละช่องห่างกัน
๐.๐๑๒๕ MHz ใช้ในการติดต่อสื่อสารประเภทเสียง
ยกเว้นในช่องที่ ๖๗ ช่องที่ ๗๕ และช่วงช่องที่๙๗
ถึง ๑๐๖ มีกำหนดการใช้งานรายละเอียดดังนี้
ช่องที่ ๖๗ ความถี่ ๑๔๔.๙๐๐๐ MHz
สำหรับการติดต่อสื่อสารประเภทเสียงสำหรับเรียกขานและแจ้งเหตุทั่วไป
(General Notice and Calling)
ช่องที่ ๗๕ ความถี่ ๑๔๕.๐๐๐๐ MHz
การติดต่อสื่อสารประเภทเสียงสำหรับเรียกขานและแจ้งเหตุฉุกเฉิน
(Emergency, Distress, and Calling)
ช่องที่ ๙๗ ความถี่ ๑๔๕.๓๗๕๐ MHz
ถึง ๑๐๖ ความถี่ ๑๔๕.๔๘๗๕MHz
การติดต่อสื่อสารประเภทเสียงหรือกิจกรรมพิเศษ
ง) ความถี่วิทยุ ๑๔๕.๐๒๕๐ ถึง
๑๔๕.๑๑๒๕ MHz และ ๑๔๕.๖๒๕๐ ถึง ๑๔๕.๗๑๒๕ MHz
กำหนดให้ใช้สำหรับการติดต่อสื่อสารประเภทเสียงแบบกึ่งสองทางพร้อมกันหรือเซมิดูเพลกซ์
(Semiduplex) ผ่านสถานีทวนสัญญาณ (Repeater)
โดยมีหมายเลขกำกับช่องสัญญาณและความถี่วิทยุของแต่ละสถานี
๔.๔.๒
ความถี่วิทยุสำหรับการติดต่อสื่อสารในกิจการวิทยุสมัครเล่นผ่านดาวเทียม(Amateur
Satellite Service)
ใช้สำหรับการติดต่อประเภทเสียงหรือประเภทอื่นตามที่กำหนดไว้โดยแบ่งออกเป็นสองย่านความถี่คือความถี่วิทยุ
๑๔๕.๘๐๐๐ MHz ถึง ๑๔๖.๐๐๐๐ MHz
สามารถใช้ติดต่อสื่อสารจากสถานีวิทยุสมัครเล่นไปยังดาวเทียมเป็นได้ทั้งด้านส่ง
(Uplink) และด้านรับ (Downlink)
ส่วนในย่านความถี่ ๔๓๕.๐๐๐๐MHz ถึง ๔๓๘.๐๐๐๐
MHz ใช้ได้เฉพาะเป็นด้านรับ |